2027 Honda CBR1000RR-R Fireblade คิดจากรถแข่งก่อน สู่เฟรมใหม่ ถังไทเทเนียม และไอดีแปรผัน พัฒนารถ โดยให้วิศวกรทำงานร่วมกับทีม HRC WorldSBK

เฟรมอะลูมิเนียมใหม่ ถังน้ำมันไทเทเนียม ท่อไอดีแปรผัน 2 ระดับ และแอโรไดนามิกที่สร้างแรงกดได้เท่าเดิมโดยไม่ต้องใช้ปีกแบบเดิม คือการเปลี่ยนแปลงสำคัญของ 2027 Honda CBR1000RR-R Fireblade ซึ่งครั้งนี้ Honda เปลี่ยนวิธีพัฒนารถ โดยให้วิศวกรทำงานร่วมกับทีม HRC WorldSBK เพื่อกำหนดความต้องการของรถแข่งก่อน แล้วจึงเริ่มพัฒนารถสำหรับผลิตจำหน่าย เป้าหมายครอบคลุมตั้งแต่การเข้าโค้ง ความเร็วระหว่างอยู่ในโค้ง ไปจนถึงอัตราเร่งขณะออกจากโค้ง

เครื่องยนต์ยังคงเป็น 4 สูบเรียง 1,000 ซีซี DOHC 16 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ กระบอกสูบ 81 มม. ช่วงชัก 48.5 มม. ให้กำลังสูงสุด 160 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 218 PS ที่ 14,000 รอบ/นาที การพัฒนาครั้งนี้เน้นกำลังช่วงกลางและการควบคุมเป็นหลัก โดยแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 114 นิวตันเมตร ที่ 10,500 รอบ/นาที พร้อมเพิ่มอัตราส่วนกำลังอัดจาก 13.6:1 เป็น 13.8:1 ด้วยการขึ้นรูปผิวหัวลูกสูบและห้องเผาไหม้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
จุดเด่นใหม่คือ Two-Stage Variable Air Funnels หรือท่อไอดีแปรผัน 2 ระดับ ซึ่ง Honda ระบุว่าเป็นครั้งแรกที่นำมาใช้ในรถจักรยานยนต์ผลิตจำหน่ายจำนวนมากของบริษัท เมื่อรอบเครื่องต่ำกว่า 11,750 รอบ/นาที ระบบใช้ทางเดินไอดียาวเพื่อเสริมประสิทธิภาพช่วงกลาง และเมื่อรอบสูงกว่าเกณฑ์นี้จะเปลี่ยนเป็นทางเดินสั้นเพื่อรักษากำลังช่วงปลาย ช่วยให้เครื่องยนต์ตอบโจทย์ทั้งการเร่งออกจากโค้งและการลากรอบบนทางตรง

ระบบคันเร่งไฟฟ้า 2-Motor Throttle By Wire ยังคงแยกมอเตอร์ควบคุมลิ้นเร่งของสูบ 1–2 และสูบ 3–4 ช่วยควบคุมแรงบิดได้ละเอียดในช่วงเปิดคันเร่งน้อย ก่อนให้ลิ้นเร่งทั้ง 4 สูบทำงานร่วมกันเมื่อใช้สมรรถนะสูง ระบบนี้ยังช่วยจัดการแรงหน่วงเครื่องยนต์และการเปลี่ยนกลับมาเร่งให้ต่อเนื่องขึ้น โดยผู้ขี่ปรับ Engine Brake ได้ 3 ระดับ

ภายในเครื่องยนต์ปรับจังหวะวาล์ว ชุดวาล์ว และสปริงวาล์ว พร้อมลดน้ำหนักแคร้ง เปลี่ยนฝาครอบฝาสูบ ฝาครอบแคร้งขวา ฝาครอบคลัตช์ และอ่างน้ำมันเครื่องจากอะลูมิเนียมเป็นแมกนีเซียม รวมถึงใช้สกรูอะลูมิเนียม 35 ตัวที่ช่วยประหยัดน้ำหนักอีก 215 กรัม ส่วนเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะปรับเกียร์ 1 ให้ยาวขึ้น 5% และเพิ่มระยะห่างเพลาเกียร์เพื่อเปิดทางเลือกการจัดอัตราทดสำหรับรถแข่ง ปลายท่อไทเทเนียม Akrapovič ยังคงติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

เฟรมอะลูมิเนียม Diamond แบบ Twin Spar ออกแบบใหม่ทั้งชุด ลดความแข็งต้านการดัดด้านข้างลง 20% เพื่อปรับความรู้สึกการยึดเกาะและการควบคุมในโค้ง ทำงานคู่กับสวิงอาร์มใหม่ที่เบาลง 200 กรัม และลดความแข็งด้านข้างลง 12% โดยยังคงความแข็งต้านการบิดให้สัมพันธ์กับเฟรม การพัฒนาเน้นให้ผู้ขี่รับรู้การทำงานของยางและควบคุมรถได้ชัดเจนขึ้น
Honda ยังเพิ่มสัดส่วนน้ำหนักที่ล้อหน้าเป็น 53.3% ยกแนวศูนย์กลางเพลาข้อเหวี่ยงขึ้น 5.2 มม. และเพิ่มความสูงเบาะเป็น 843 มม. เพื่อจัดตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วงของรถร่วมกับผู้ขี่ให้เหมาะกับการเปลี่ยนทิศทางในสนาม ขณะที่น้ำหนักพร้อมใช้งานอยู่ที่ 199 กก. ถังน้ำมันไทเทเนียมใหม่มีความจุ 16.6 ลิตร และไม่ต้องใช้ฝาครอบพลาสติกภายนอกแบบเดิม

รุ่นมาตรฐานใช้โช้กหน้า Showa BPF หัวกลับขนาด 43 มม. และโช้กหลัง Showa BFRC-Lite ทำงานร่วมกับ Pro-Link ปรับพรีโหลด แรงหน่วงยุบ และแรงหน่วงคืนตัวได้ครบ ล้ออะลูมิเนียม 7 ก้านกลวงแบบใหม่ลดน้ำหนักล้อหน้าได้ 190 กรัม และล้อหลัง 590 กรัม พร้อมเปลี่ยนจากโซ่ 525 เป็น 520 ซึ่งเบาลงอีก 270 กรัม ช่วยลดทั้งมวลใต้สปริงและความเฉื่อยของชิ้นส่วนหมุน
ระบบเบรกหน้าเป็นดิสก์คู่ขนาด 330 มม. พร้อมคาลิเปอร์ Nissin เรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ปรับวัสดุและผิวลูกสูบให้รับความร้อนจากการเบรกหนักต่อเนื่องได้ดีขึ้น ส่วนด้านหลังใช้ดิสก์ 220 มม. กับคาลิเปอร์ Brembo 2 ลูกสูบ ทำงานร่วมกับ IMU 6 แกนและ Cornering ABS ที่เลือกได้ 3 รูปแบบ STANDARD, TRACK และ RACE โดยโหมด RACE ปิดการทำงาน ABS ล้อหลังและฟังก์ชัน Cornering ABS ตามการตั้งค่าสำหรับสนาม

แฟริ่งใหม่พัฒนาร่วมกับ HRC โดยใช้ทั้งการจำลองการไหลของอากาศและการทดสอบจริง ออกแบบส่วนกลางตัวรถและ sidepods บริเวณแฟริ่งล่างเพื่อจัดการกระแสลม รักษาแรงกดระดับเดียวกับรุ่นก่อนโดยไม่ใช้ปีกแบบเดิม พร้อมลดแรงต้านและเพิ่มการบังลมให้ผู้ขี่ ไฟหน้า LED ใหม่มี DRL และถอดออกเป็นชุดได้เมื่อต้องเตรียมรถสำหรับการแข่งขัน พร้อมไฟท้าย LED ขนาดกะทัดรัด

ระบบอิเล็กทรอนิกส์มีโหมดขับขี่ Race, Road และ Rain ปรับกำลังเครื่องยนต์ได้ 5 ระดับ, Engine Brake 3 ระดับ, HSTC 9 ระดับ และ Wheelie Control 3 ระดับพร้อมปิดได้ ส่วน Start Mode เลือกรอบออกตัวได้ 6,000, 7,000, 8,000 หรือ 9,000 รอบ/นาที รวมถึงกันสะบัดไฟฟ้า HESD ปรับ 3 ระดับ ควบคุมผ่านจอ TFT สีขนาด 5 นิ้วและสวิตช์ 4 ทิศทางที่แฮนด์ซ้าย พร้อม Honda Smart Key และระบบไฟเตือนเบรกฉุกเฉิน ESS


