What's Hot

    พีทีจี เอ็นเนอยี แถงผลงานไตรมาส 1/2569 เติบโตแรงไม่ว่า ธุรกิจ Non-Oil หรือ กาแฟพันธุ์ไทยที่ขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา และการจำหน่ายน้ำมันที่โตถึง 5.2%

    May 13, 2026

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ชวนร่วมสัมผัสเทคโนโลยี Honda E-Clutch ที่ช่วยให้ทุกจังหวะการขับขี่ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมเปิดให้ทดลองขับฟรีที่ Honda BigWing ทุกสาขาทั่วประเทศ

    May 13, 2026

    มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ อัพเดตทีมแข่ง MILLENNIUM MOTORSPORT x MAGIK PROSHOP พร้อมเปิดตัวมาสคอตที่มาในธีมเรซิ่ง

    May 13, 2026
    Facebook Twitter Instagram
    Trending
    • พีทีจี เอ็นเนอยี แถงผลงานไตรมาส 1/2569 เติบโตแรงไม่ว่า ธุรกิจ Non-Oil หรือ กาแฟพันธุ์ไทยที่ขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา และการจำหน่ายน้ำมันที่โตถึง 5.2%
    • ฮอนด้าบิ๊กไบค์ชวนร่วมสัมผัสเทคโนโลยี Honda E-Clutch ที่ช่วยให้ทุกจังหวะการขับขี่ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมเปิดให้ทดลองขับฟรีที่ Honda BigWing ทุกสาขาทั่วประเทศ
    • มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ อัพเดตทีมแข่ง MILLENNIUM MOTORSPORT x MAGIK PROSHOP พร้อมเปิดตัวมาสคอตที่มาในธีมเรซิ่ง
    • ฟอร์ดตอกย้ำมาตรฐานงานสีในสายการผลิต ด้วยบันทึกคุณภาพเพื่อเคราะห์รายละเอียดยกระดับกระบวนการผลิต
    • Fenomeno Roadster สุดยอดของแรร์จาก Lamborghini ที่ผลิตเพียง 15 คัน มากับความแรงระดับ 1,080 แรงม้า จากเครื่องยนต์ไฮบริด V12 กลายเป็นรถเปิดประทุนที่ทรงพลัง
    • นิสสัน เชิญชวนลูกค้าที่สนใจ คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ร่วมทดลองขับในกิจกรรม The All-New Nissan KICKS e-POWER – KICKS ON. GAME ON. Showroom Test Drive Event ที่โชว์รูมนิสสันทั่วประเทศ
    • มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 สร้างสถิติใหม่โดยมีกำไรสุทธิ 323 ลบ. และเติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 จากแรงหนุน Premium EV และ New Growth Engine
    • MGC-ASIA ร่วมกับ BMW ต้อนรับนักศึกษาปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยยูทาห์ ที่มาเยี่ยมชมโชว์รูม BMW Millennium Auto สาขาพัฒนาการ-ศรีนครินทร์
    Facebook Twitter Instagram YouTube
    GEAR UP THGEAR UP TH
    Demo
    • Home
    • xEV
    • Car
    • Motorbike
    • VDO CARS
    • PR
    Demo
    GEAR UP THGEAR UP TH
    Home » Fenomeno Roadster สุดยอดของแรร์จาก Lamborghini ที่ผลิตเพียง 15 คัน มากับความแรงระดับ 1,080 แรงม้า จากเครื่องยนต์ไฮบริด V12 กลายเป็นรถเปิดประทุนที่ทรงพลัง
    PR

    Fenomeno Roadster สุดยอดของแรร์จาก Lamborghini ที่ผลิตเพียง 15 คัน มากับความแรงระดับ 1,080 แรงม้า จากเครื่องยนต์ไฮบริด V12 กลายเป็นรถเปิดประทุนที่ทรงพลัง

    ท่านผู้เจริญBy ท่านผู้เจริญMay 13, 2026No Comments4 Mins Read
    Share
    Facebook Twitter LinkedIn Pinterest Email

    ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี ภูมิใจนำเสนอ “Fenomeno Roadster” รถยนต์รุ่นพิเศษใหม่ล่าสุด จำกัดจำนวนการผลิตเพียง 15 คันเท่านั้น ทุกคันมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริด V12 ที่ให้กำลังระบบรวมสูงสุดถึง 1,080 แรงม้า ตอกย้ำความเป็นรถยนต์รุ่นเปิดประทุนที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ลัมโบร์กินีเคยผลิตมา

    Fenomeno Roadster เผยโฉมต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในงาน Lamborghini Arena ครั้งที่ 2 นับเป็นรุ่นล่าสุดในตระกูลรถยนต์เปิดประทุน Few-Off  (ผลิตจำนวนจำกัดมาก) ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่รุ่น Reventón Roadster เมื่อปี ค.ศ. 2009 โดย Fenomeno Roadster พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น Fenomeno Coupé ที่เปิดตัวไปเมื่อปี ค.ศ. 2025 รถสปอร์ตสองที่นั่งรุ่นใหม่นี้ผสานมาตรฐานใหม่แห่งสมรรถนะเข้ากับเทคโนโลยีด้านเทคนิคที่ได้แรงบันดาลใจจากกีฬามอเตอร์สปอร์ต พร้อมด้วยนวัตกรรมดีไซน์ใหม่จากศูนย์การออกแบบลัมโบร์กินี เซนโทร สไตล์ (Lamborghini Centro Stile) ที่ร่วมสร้างสรรค์เอกลักษณ์ของแบรนด์มานานกว่า 20 ปี

    ตลอดระยะเวลา 63 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ลัมโบร์กินีคือนิยามแห่งการหลอมรวมดีไซน์ที่ล้ำสมัย สมรรถนะที่ทลายทุกข้อจำกัด นวัตกรรมเชิงเทคนิค และความพิเศษเฉพาะตัวได้อย่างมีเอกลักษณ์ สะท้อนผ่านรถยนต์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันที่สื่อถึงปรัชญาดังกล่าวได้อย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของการออกแบบและความเป็นเลิศทางวิศวกรรม

    มร.สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กล่าวว่า “โรดสเตอร์รุ่นพิเศษนี้คือการแสดงถึงคุณค่าแห่งแบรนด์ของเราอย่างแท้จริงที่สุด ทั้งด้านดีไซน์ที่เปี่ยมวิสัยทัศน์ สมรรถนะที่ทลายทุกข้อจำกัด และความพิเศษเฉพาะตัว ซึ่งเกิดจากการตีความอารมณ์การขับขี่อย่างมีเอกลักษณ์ และสร้างสรรค์เพื่อกลุ่มลูกค้าผู้ซึ่งกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ทั่วไป รถแต่ละคันถูกรังสรรค์ขึ้นในรูปแบบของผลงานชิ้นเอกสำหรับนักสะสม มอบจุดบรรจบแห่งความเป็นเลิศทางวิศวกรรมที่ผสานกับงานช่างฝีมือที่รังสรรค์เป็นพิเศษสำหรับลูกค้าเฉพาะราย”

    ชื่อรุ่น Fenomeno เกิดจากธรรมเนียมของแบรนด์ลัมโบร์กินีที่นำแรงบันดาลใจจากเหล่าวัวกระทิงที่กล้าหาญในตำนาน โดยทั้งในภาษาอิตาลีและภาษาสเปน คำว่า “Fenomeno” หมายถึง “ปรากฏการณ์” ซึ่งเป็นชื่อที่สะท้อนถึงพลังและความพิเศษเฉพาะตัวของรถยนต์รุ่นนี้ได้อย่างโดดเด่น

    รถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดประสิทธิภาพสูง (High Performance Electrified Vehicle – HPEV) แบบ V12 รุ่นแรกของลัมโบร์กินี มอบกำลังเครื่องทั้งระบบรวมสูงถึง 1,080 แรงม้าจากเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตรแบบลมเข้าตามธรรมชาติ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 2.4 วินาที และจาก 0-200 กม./ชม. เพียง 6.8 วินาที ทำความเร็วสูงสุดมากกว่า 340 กม./ชม. ผสานสมรรถนะระดับสุดขั้วเข้ากับความสามารถของระบบไฮบริดอันล้ำสมัยไว้อย่างลงตัว

    โครงสร้างแชสซีได้แรงบันดาลใจจากอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ มอบอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพสูงสุดพร้อมความแข็งแกร่งสูง Fenomeno Roadster ยังติดตั้งโช้คอัพแบบรถแข่งที่สามารถปรับระดับเองได้ เพื่อรองรับการปรับลดความสูงของตัวรถ พร้อมการตั้งค่าที่แม่นยำสำหรับการขับขี่บนท้องถนนหรือในสนามแข่ง สมรรถนะการเบรกการันตีด้วยระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกแบบ CCM-R Plus ที่พัฒนาจากเทคโนโลยีกีฬามอเตอร์สปอร์ต รับประกันการชะลอความเร็วอย่างสม่ำเสมอและเสถียรภาพสูงสุดแม้ในขณะขับขี่ความเร็วสูง

    โดยบริดจสโตน (Bridgestone) พันธมิตรด้านเทคนิคของลัมโบร์กินี ได้พัฒนายางรุ่น Potenza ขึ้นโดยเฉพาะ นำเสนอทั้งล้อขนาด 21 และ 22 นิ้ว เพื่อเค้นสมรรถนะและความแม่นยำในการขับขี่ของ Fenomeno Roadster อย่างเต็มที่

    ระบบอากาศพลศาสตร์และงานออกแบบ

    Fenomeno Roadster มาพร้อมชุดระบบอากาศพลศาสตร์ที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมดเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น Coupé เพื่อมุ่งยกระดับประสิทธิภาพให้สูงสุด ผ่านการออกแบบพื้นผิวด้านบนของตัวรถใหม่ทั้งหมดและติดตั้งอุปกรณ์ทางอากาศพลศาสตร์เสริม ทำให้ Fenomeno Roadster สามารถสร้างแรงกด เสถียรภาพ และสมดุลการขับขี่ได้ใกล้เคียงกับรุ่น Fenomeno Coupé พร้อมยกระดับการระบายความร้อนให้มีประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในระบบขับเคลื่อนและระบบเบรก

    นอกจากนี้ ยังติดตั้งสปอยเลอร์เสริมเหนือกระจกบังลมหน้า ทำให้อากาศถูกนำผ่านห้องโดยสารลงสู่ฝาครอบเครื่องยนต์ที่ออกแบบใหม่ทั้งหมดด้านหลัง เพื่อให้เครื่องยนต์ V12 ได้รับลมระบายความร้อนในทุกสภาพการขับขี่แม้จะไม่มีช่อง S-duct เหมือนในรุ่น Fenomeno Coupé ก็ตาม ระบบนี้ยังช่วยลดกระแสลมหมุนวนและการสั่นสะเทือนที่รบกวนการขับขี่ให้เหลือน้อยที่สุด

    ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การพัฒนาคานป้องกันการพลิกคว่ำ ซึ่งมีหน้าที่หลักในการปกป้องความปลอดภัยของผู้โดยสาร แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์เพื่อลดเสียงลมและแรงต้านอากาศได้แม้ในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงสุด ลัมโบร์กินีจึงวางตำแหน่งโครงคาร์บอนป้องกันการพลิกคว่ำไว้บริเวณหลังเบาะนั่งแนวสปอร์ต โดยออกแบบให้แบนเรียบและสง่างามที่สุด ผสานเป็นเนื้อเดียวกับเส้นสายแนวประติมากรรมของตัวรถ ให้ลื่นไหลเชื่อมไปสู่กระโจมหลังสไตล์ Speedster อย่างลงตัว

    Fenomeno Roadster ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบซูเปอร์สปอร์ตคาร์เปิดประทุนในปัจจุบัน โดยทีมนักออกแบบได้สร้างสรรค์รถยนต์ที่สะท้อนดีเอ็นเออันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างโดดเด่นพร้อมวิสัยทัศน์แห่งอนาคต โดย มร.มิตจา บอร์เกิร์ต ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กล่าวว่า “ด้วยการเปิดตัว Fenomeno Roadster ทำให้เราได้สานต่อความฝันของแฟน ๆ ลัมโบร์กินีจำนวนมาก ในขณะเดียวกัน ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ของศูนย์การออกแบบเซนโทร สไตล์ ของเรา ซึ่งสรรค์สร้างผลงานออกแบบยานยนต์ลัมโบร์กินีอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 20 ปี”

    เมื่อเห็นครั้งแรก ส่วนหน้าของรถที่ผ่านการออกแบบแนวประติมากรรมและการปรับแต่งทางอากาศพลศาสตร์อย่างพิถีพิถัน จะสามารถดึงดูดสายตาผู้พบเห็นได้ในทันที ด้วยเส้นสายที่เฉียบคม ช่องลมเข้าขนาดใหญ่ และเอกลักษณ์ทรงหกเหลี่ยมที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างไร้รอยต่อ

    มุมมองด้านข้างยังคงสะท้อนปรัชญาเดียวกัน ด้วยการออกแบบแก้มข้างให้มีเส้นสายที่เฉียบคม ขอบประตูที่กว้างขึ้นและช่องดักลมด้านหลัง ช่วยระบายความร้อนให้เครื่องยนต์สมรรถนะสูงได้อย่างดีเยี่ยม ผสานการทำงานกับดิฟฟิว   เซอร์หลังขนาดใหญ่และปีกหลังแบบแอ็กทีฟ ที่ช่วยเพิ่มแรงกดสูงสุดในขณะใช้ความเร็ว

    ความโดดเด่นที่สะกดทุกสายตาคือรูปทรงของตัวรถที่ราบต่ำและช่วยเน้นเส้นกึ่งกลางตัวรถอย่างชัดเจน พร้อมดีไซน์ห้องโดยสารอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยกระจกข้างที่ลาดเอียง ทีมออกแบบยังได้รังสรรค์กระจกบังลมหน้าทรงแบนแนวใหม่พร้อมปีกเสริมที่ดูสง่างาม เสริมด้วยสปอยเลอร์คาร์บอนน้ำหนักเบาที่ประทับโลโก้ Fenomeno Roadster ไว้อย่างชัดเจน

    รูปทรงตัวรถได้รับการขยายให้ยาวขึ้นเพื่อความสง่างาม โดยดีไซน์ส่วนท้ายได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่น Essenza SCV12 และรถแข่งต้นแบบยุค 1970 พร้อมสะท้อนความทรงพลังของ Lamborghini Manifesto ที่สร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของ Centro Stile ส่วนท้ายของ Fenomeno Roadster ดูล้ำสมัยและเปี่ยมด้วยรายละเอียด โดดเด่นด้วยท่อไอเสียทรงหกเหลี่ยมยกสูงที่ตอกย้ำความแรงและความแม่นยำทางวิศวกรรมได้อย่างชัดเจน

    “ความท้าทายสำคัญคือการสร้างคาแรกเตอร์เฉพาะตัว สำหรับ Fenomeno Roadster เราทำงานอย่างหนักทั้งในส่วนของห้องโดยสารและระบบขับเคลื่อน พร้อมนำเสนอเครื่องยนต์ V12 ที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยการเปิดเผยส่วนประกอบต่าง ๆ ให้เห็นได้อย่างชัดเจน” มร.มิตจา บอร์เกิร์ต อธิบายเสริม เครื่องยนต์ลัมโบร์กินีถือเป็นหัวใจสำคัญของดีไซน์ในรุ่น Fenomeno Roadster โดยเผยให้เห็นผ่านฝาครอบเครื่องยนต์แบบโปร่งใสดีไซน์ใหม่ โดดเด่นด้วยช่องดักลมทรงหกเหลี่ยมที่รับกับธีมรูปตัว Y อย่างลงตัว เพื่อส่งลมเย็นเข้าสู่เครื่องยนต์ นอกจากนี้ ตัวเครื่องยนต์ยังถูกล้อมกรอบด้วยดีไซน์ทรงหกเหลี่ยมที่ช่วยเสริมความงดงามได้อย่างไร้ที่ติ

    เอกลักษณ์รูปทรงหกเหลี่ยมถูกออกแบบให้ปรากฏอยู่ในรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งในขอบประตู ซุ้มล้อ ช่องลมเข้า และรูปทรงกรอบไฟ LED ซึ่งเป็นองค์ประกอบดีไซน์ ซึ่งตอกย้ำให้ Fenomeno Roadster เป็นที่จดจำในทันทีถึงเอกลักษณ์แห่งลัมโบร์กินี รูปทรงหกเหลี่ยมยังปรากฏให้เห็นถึงภายในห้องโดยสาร รวมถึงช่องแอร์และจอแสดงข้อมูลการขับขี่ด้วยเช่นกัน

    ห้องโดยสารของ Fenomeno Roadster นำเสนอสุนทรียศาสตร์สุดไฮเทคและสะท้อนปรัชญา “Feel Like a Pilot” ของลัมโบร์กินี ด้วยการนำวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ Corsatex by Dinamica และวัสดุ Carbon Skin ที่จดสิทธิบัตรของบริษัทฯ มาเป็นองค์ประกอบหลักของห้องโดยสาร แผงหน้าปัด และเบาะนั่ง เบาะนั่งทรงโค้งเดินตะเข็บแดงตัดสีโดดเด่นช่วยรองรับสรีระได้อย่างดีเยี่ยมแม้ในขณะเข้าโค้งแบบฉับพลัน ในขณะที่หน้าจอดิจิทัลช่วยแสดงข้อมูลการขับขี่สำคัญได้อย่างชัดเจน แนวคิดการควบคุมแบบ “Pilot Interaction” ยังผสาน 3 หน้าจอดิจิทัลเข้สกับลายกราฟิกทรงหกเหลี่ยม ปุ่มสัมผัสแบบสั่น และสวิตช์ที่ได้แรงบันดาลใจจากอุตสาหกรรมการบิน ช่วยให้ผู้ขับขี่มีสมาธิกับการเดินทางหรือสนามแข่งได้เต็มร้อยราวกับนั่งอยู่ในรถแข่งของจริง

    ด้วยการใช้สี Blu Cepheus มาเป็นโทนสีหลัก ทำให้ Fenomeno Roadster เป็นรถยนต์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันที่มีสีสันที่สุดเท่าที่ลัมโบร์กินีเคยผลิตมา โดยสีหลักจะครอบคลุมส่วนบนของตัวรถ และตัดด้วยสี Rosso Mars ในส่วนล่างซึ่งเป็นสีเสริมที่ช่วยขับเน้นพื้นที่สำคัญต่าง ๆ อย่างโดดเด่น การจับคู่สีนี้ตอกย้ำความเป็นซีรีส์รถสปอร์ตรุ่นลิมิเต็ดอย่างแท้จริง สีตัวถังให้ความรู้สึกถึงรถยนต์โรดสเตอร์รุ่นแรกของลัมโบร์กินีอย่าง Miura Roadster ปี ค.ศ. 1968 ซึ่งการจับคู่สีนี้ยังเป็นการเชิดชูสีประจำเมืองโบโลญญา ซึ่งได้แก่ สีแดงและสีน้ำเงิน อีกด้วย

    โครงแชสซีคาร์บอนไฟเบอร์ที่ผสานเทคโนโลยีหลากหลาย

    นอกจากระบบขับเคลื่อนและระบบอากาศพลศาสตร์ โครงแชสซียังเป็นอีกหนึ่งผลงานทางวิศวกรรมอันน่าทึ่ง โดย Fenomeno Roadster ผสานโครงแบบโมโนค็อก (Monocoque) ที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ด้วยเทคโนโลยีหลายชั้น ผสานกับโครงสร้างด้านหน้าที่ทำจาก Forged Composite® ซึ่งให้ความแข็งแกร่งเป็นเลิศพร้อมน้ำหนักที่เบาที่สุด

    แชสซีรุ่นนี้เป็นโครงสร้างที่ได้แรงบันดาลใจจากอุตสาหกรรมการบินและอวกาศที่เรียกว่า Monofuselage ซึ่งใช้ในรถรุ่น Revuelto เช่นกัน โดยแทนที่จะใช้เซลล์โมโนค็อกคาร์บอนแบบเดิม ส่วนหน้าทั้งหมดของ Fenomeno Roadster ถูกออกแบบให้เป็นโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาพิเศษและแข็งแกร่งสูง โดยผสานรวมกับส่วนประกอบต่าง ๆ เช่น โครงสร้างป้องกันการชนด้านหน้า เฟรมหน้า กรอบกระจกบังลม ผนังกั้นด้านหลัง และขอบประตูที่ทำจาก Forged Composites® เข้าไว้ด้วยกัน

    โรดสเตอร์รุ่นนี้มีระดับความแข็งตึง (Stiffness) และความแข็งเกร็ง (Rigidity) ใกล้เคียงกับรุ่น Coupé โดยมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่กิโลกรัม โดยลัมโบร์กินีทำสิ่งนี้ได้ด้วยการผสมคาร์บอนเส้นยาวและคาร์บอนเส้นสั้นรูปแบบใหม่ ร่วมกับสารเหลวที่จดสิทธิบัตรไว้ ทำให้การออกแบบโครงแชสซีสามารถตอบโจทย์เป้าหมายด้านสมรรถนะที่ลัมโบร์กินีตั้งไว้ได้ ทั้งยังสามารถดูดซับพลังงานในกรณีเกิดการชนปะทะได้มากขึ้น เทคโนโลยีสิทธิบัตรใหม่นี้ได้ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในรถยนต์ลัมโบร์กินีระบบไฮบริดรุ่นผลิตจริงนี้

    ซูเปอร์สปอร์ตคาร์โรดสเตอร์รุ่นแรกที่ใช้ระบบ V12 hybrid HPEV

    Fenomeno Roadster คือรถยนต์เปิดประทุนสองที่นั่งรุ่นแรกของลัมโบร์กินีที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าไฮบริดประสิทธิภาพสูง V12 เพื่อก้าวสู่บทใหม่ในกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้าของแบรนด์ โดยเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตรแบบลมเข้าตามธรรมชาติซึ่งเป็นหัวใจของระบบขับเคลื่อนนี้ยังเป็นเครื่องยนต์ V12 ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ลัมโบร์กินีเคยผลิตมา ให้กำลังเครื่องถึง 835 แรงม้าที่ 9,250 รอบต่อนาที และแรงบิด 725 นิวตันเมตรที่ 6,750 รอบต่อนาที ด้วยกำลังจำเพาะมากกว่า 128 แรงม้าต่อลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขประสิทธิภาพที่สูงสุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์

    เครื่องยนต์อันทรงพลังนี้ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว โดยสองตัวอยู่ด้านหน้า อีกหนึ่งตัวติดตั้งเหนือเกียร์ดับเบิลคลัตช์ 8 สปีด ซึ่งช่วยสร้างกำลังไฟฟ้าเสริมและทำหน้าที่อื่น ๆ เช่น ระบบ Torque vectoring และระบบเบรกแบบ Regenerative ส่วนแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 7 kWh ยังสามารถเปิดใช้งานในโหมดขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้อีกด้วย

    เมื่อทำงานร่วมกัน เครื่องยนต์สันดาปภายในและระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าจะให้กำลังของระบบรวม 1,080 แรงม้า (CV) หรือ 1,065 แรงม้า (HP) ส่งผลให้ Fenomeno Roadster สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.4 วินาที หรือจาก 0-200 กม./ชม. ใน 6.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดมากกว่า 340 กม./ชม.

    ในส่วนของระบบเบรก ติดตั้งจานคาร์บอนเซรามิก CCM-R Plus ซึ่งผลิตจากคาร์บอนเส้นยาวแบบ 3 มิติที่ถักทออยู่ในโครงสร้างคาร์บอน พร้อมการเคลือบพิเศษที่เพิ่มความทนทานให้กับทั้งจานเบรกและผ้าเบรก เพื่อรับประกันค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่สูงและคงที่ ระบบนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับผ้าเบรกรถแข่งแบบออร์แกนิก โดยจาน CCM-R Plus ยังมาพร้อมระบบระบายอากาศที่ช่วยลดความร้อนของจานเบรกและผ้าเบรกเมื่อขับขี่แบบสุดขั้ว

    เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกเร้าใจและสมบูรณ์แบบที่สุด Fenomeno Roadster จึงเลือกใช้โช้กอัปแบบรถแข่งที่ปรับระดับอัตโนมัติ เพื่อการตั้งค่าที่แม่นยำทั้งในสนามแข่งและการใช้งานทั่วไป ระบบนี้ให้แรงหน่วงที่ยอดเยี่ยม ช่วยควบคุมการทรงตัวได้อย่างมั่นใจ พร้อมเพิ่มระยะยุบตัวของช่วงล่างให้เหมาะสม ผลลัพธ์ที่ได้คือระบบกันสะเทือนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด มอบการขับขี่สไตล์สปอร์ตที่เหนือระดับในทุกเส้นทาง

    พลศาสตร์แห่งยานยนต์

    การจัดการพลศาสตร์ของตัวรถควบคุมโดยองค์ประกอบที่ทำงานเฉพาะด้าน หัวใจของระบบควบคุมแบบบูรณาการของ Fenomeno Roadster คือเซ็นเซอร์ 6D ที่จับคู่กับระบบควบคุมแบบไดนามิกนวัตกรรมใหม่ ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในรุ่น Fenomeno Coupé โดยเซ็นเซอร์ 6D ถูกติดตั้งในตำแหน่งใกล้กับจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถอย่างเหมะสมและเชื่อมต่อโดยตรงกับชุดควบคุม IPB (Integrated Power Brake) ทำหน้าที่วัดความเร่งของเพลารถทั้งสามแกน (ด้านข้าง ตามยาว และแนวตั้ง) แบบเรียลไทม์ รวมถึงความเร็วเชิงมุมของแกนทั้งสาม (พิทช์ โรล และยอว์) ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้สามารถประเมินความเร็วของรถ มุมเบี่ยงข้าง และค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานระหว่างยางและพื้นผิวถนนได้อย่างแม่นยำ

     ยาง

    ในฐานะพันธมิตรด้านเทคนิคอย่างเป็นทางการและผู้จัดหายางแต่เพียงผู้เดียวสำหรับรถซูเปอร์สปอร์ตคาร์ทั้งหมดของลัมโบร์กินี บริดจสโตนได้พัฒนายาง Potenza ระดับพรีเมียมขึ้นเป็นพิเศษ 2 รุ่น เพื่อปลดล็อกศักยภาพของ Fenomeno Roadster ทั้งบนท้องถนนและในสนามแข่งให้เต็มสมรรถนะ

    ยาง Potenza Sport ประสิทธิภาพสูงระดับอัลตร้าที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับ Fenomeno Roadster ถูกออกแบบมาเพื่อปลดปล่อยขีดความสามารถสูงสุดของซูเปอร์คาร์รุ่นพิเศษและระบบขับเคลื่อนไฮบริด V12 นำเสนอทั้งขนาด 265/30 ZRF21 (ล้อหน้า) และ 355/25 ZRF22 (ล้อหลัง) โดยผสานสมรรถนะด้านความเร็วสูงที่โดดเด่นเข้ากับการตอบสนองและความแม่นยำในการบังคับเลี้ยวที่ยอดเยี่ยม ยางรุ่นนี้ยังมีเทคโนโลยี Run-Flat (RFT) เอกสิทธิ์ของ     แบรนด์บริดจสโตน ที่ช่วยให้สามารถขับขี่ต่อไปได้อย่างปลอดภัยแม้ยางรั่ว

    ชุดยาง Potenza Sport จะจับคู่กับยาง Semi-Slick รุ่นใหม่จากบริดจสโตนที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อมอบสมรรถนะระดับสนามแข่งที่โดดเด่น โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านมอเตอร์สปอร์ตขั้นสูงของบริดจสโตน นำเสนอทั้งขนาด 20 และ 21 นิ้ว โดยยางประสิทธิภาพการยึดเกาะสูงนี้จะปลดล็อกศักยภาพสมรรถนะของ Fenomeno Roadster บนสนามแข่งได้อย่างเต็มที่ พร้อมผ่านการรับรองให้สามารถใช้งานบนถนนสาธารณะได้อย่างสมบูรณ์

    ยางบริดจสโตนยังประทับเครื่องหมายของลัมโบร์กินีบนแก้มยาง เพื่อเน้นย้ำถึงการพัฒนาแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งทั้ง 2 รุ่นได้รับการพัฒนาและผลิตในประเทศอิตาลีด้วยเทคโนโลยี Virtual Tyre Development (VTD) ที่บริดจสโตนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ โดยเทคโนโลยี VTD จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนของกระบวนการพัฒนายาง ผ่านการลดการใช้วัตถุดิบและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ถึง 60% ทั้งยังช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนายางให้สั้นลงด้วย

    โรดสเตอร์แรงสุดขั้วด้วยสายพันธุ์อันโดดเด่น

    ลัมโบร์กินีสืบทอดการนำเสนอซูเปอร์สปอร์ตคาร์แบบ Few-Off มาอย่างยาวนาน โดยตำนานเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 2007 ด้วยรุ่น Reventón ซึ่งเป็นรถ Few-Off คันแรกและพัฒนาใหม่ทั้งหมดโดยศูนย์การออกแบบลัมโบร์กินี เซนโทร สไตล์ ที่ซัง’อกาตา ซึ่งบุกเบิกแนวคิดที่สร้างสรรค์โดยบริษัท โดยรุ่น Reventón ซึ่งมาพร้อมเวอร์ชันโรดสเตอร์ซึ่งเปิดตัวในปี ค.ศ. 2009 ได้วางรากฐานให้กับกลุ่มสินค้า Few-Off เครื่อง V12 ระดับไอคอนิกนับแต่นั้นเป็นต้นมา  รวมถึงรุ่น Veneno (ค.ศ. 2013), รุ่น Centenario (ค.ศ. 2016) และรุ่น Sián (ค.ศ. 2019) โดยทุกรุ่นมีการเปิดตัวเวอร์ชันโรดสเตอร์เช่นกัน ซึ่งนอกจากคุณค่าทางประวัติศาสตร์ รถยนต์เหล่านี้ยังถือเป็นต้นแบบเพื่อการทดสอบโซลูชันด้านสไตล์และเทคนิคต่าง ๆ ซึ่งภายหลังจะถูกนำไปใช้ในรถยนต์รุ่นผลิตจริง

    Fenomeno Roadster lamborghini
    Share. Facebook Twitter Pinterest LinkedIn WhatsApp Reddit Tumblr Email
    ท่านผู้เจริญ

    Related Posts

    พีทีจี เอ็นเนอยี แถงผลงานไตรมาส 1/2569 เติบโตแรงไม่ว่า ธุรกิจ Non-Oil หรือ กาแฟพันธุ์ไทยที่ขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา และการจำหน่ายน้ำมันที่โตถึง 5.2%

    May 13, 2026

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ชวนร่วมสัมผัสเทคโนโลยี Honda E-Clutch ที่ช่วยให้ทุกจังหวะการขับขี่ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมเปิดให้ทดลองขับฟรีที่ Honda BigWing ทุกสาขาทั่วประเทศ

    May 13, 2026

    มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ อัพเดตทีมแข่ง MILLENNIUM MOTORSPORT x MAGIK PROSHOP พร้อมเปิดตัวมาสคอตที่มาในธีมเรซิ่ง

    May 13, 2026

    Comments are closed.

    Demo
    Lastest Post

    พีทีจี เอ็นเนอยี แถงผลงานไตรมาส 1/2569 เติบโตแรงไม่ว่า ธุรกิจ Non-Oil หรือ กาแฟพันธุ์ไทยที่ขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา และการจำหน่ายน้ำมันที่โตถึง 5.2%

    May 13, 2026

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ชวนร่วมสัมผัสเทคโนโลยี Honda E-Clutch ที่ช่วยให้ทุกจังหวะการขับขี่ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมเปิดให้ทดลองขับฟรีที่ Honda BigWing ทุกสาขาทั่วประเทศ

    May 13, 2026

    มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ อัพเดตทีมแข่ง MILLENNIUM MOTORSPORT x MAGIK PROSHOP พร้อมเปิดตัวมาสคอตที่มาในธีมเรซิ่ง

    May 13, 2026

    ฟอร์ดตอกย้ำมาตรฐานงานสีในสายการผลิต ด้วยบันทึกคุณภาพเพื่อเคราะห์รายละเอียดยกระดับกระบวนการผลิต

    May 13, 2026
    Stay In Touch
    • Facebook
    • Instagram
    • YouTube
    • Twitter
    Don't Miss
    PR

    พีทีจี เอ็นเนอยี แถงผลงานไตรมาส 1/2569 เติบโตแรงไม่ว่า ธุรกิจ Non-Oil หรือ กาแฟพันธุ์ไทยที่ขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา และการจำหน่ายน้ำมันที่โตถึง 5.2%

    By ท่านผู้เจริญMay 13, 20260

    บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ธุรกิจ Non-Oil เติบโตต่อเนื่อง รับแรงหนุนจากธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่รายได้และกำไรขั้นต้นเติบโตมากกว่า 80% YoY จากการขยายสาขาแตะจำนวน 2,308 สาขาและการเพิ่มขึ้นของยอดขายจากสาขาเดิมผ่านสมาชิกบัตร…

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ชวนร่วมสัมผัสเทคโนโลยี Honda E-Clutch ที่ช่วยให้ทุกจังหวะการขับขี่ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมเปิดให้ทดลองขับฟรีที่ Honda BigWing ทุกสาขาทั่วประเทศ

    May 13, 2026

    มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ อัพเดตทีมแข่ง MILLENNIUM MOTORSPORT x MAGIK PROSHOP พร้อมเปิดตัวมาสคอตที่มาในธีมเรซิ่ง

    May 13, 2026

    ฟอร์ดตอกย้ำมาตรฐานงานสีในสายการผลิต ด้วยบันทึกคุณภาพเพื่อเคราะห์รายละเอียดยกระดับกระบวนการผลิต

    May 13, 2026
    About Us
    About Us

    อย่าลืมกด Like - Subscribe เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะครับ !!

    Lastest Post

    พีทีจี เอ็นเนอยี แถงผลงานไตรมาส 1/2569 เติบโตแรงไม่ว่า ธุรกิจ Non-Oil หรือ กาแฟพันธุ์ไทยที่ขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา และการจำหน่ายน้ำมันที่โตถึง 5.2%

    May 13, 2026

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ชวนร่วมสัมผัสเทคโนโลยี Honda E-Clutch ที่ช่วยให้ทุกจังหวะการขับขี่ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมเปิดให้ทดลองขับฟรีที่ Honda BigWing ทุกสาขาทั่วประเทศ

    May 13, 2026

    มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ อัพเดตทีมแข่ง MILLENNIUM MOTORSPORT x MAGIK PROSHOP พร้อมเปิดตัวมาสคอตที่มาในธีมเรซิ่ง

    May 13, 2026
    Facebook Twitter YouTube TikTok
    • Home
    • xEV
    • Car
    • Motorbike
    • VDO CARS
    • PR

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.