2027 Honda Africa Twin เปลี่ยนเจเนอเรชันใหม่ เครื่อง 1,131 ซีซี 119 แรงม้า พร้อมโช้กไฟฟ้า Skyhook และชิลด์ไฟฟ้า

Honda Africa Twin ขยับเข้าสู่เจเนอเรชันใหม่ในรหัส CRF1150L ด้วยการปรับครั้งใหญ่ทั้งเครื่องยนต์ เฟรม ช่วงล่าง และอุปกรณ์เดินทาง เครื่องยนต์เพิ่มความจุเป็น 1,131 ซีซี ให้กำลังประมาณ 119 แรงม้า PS แรงบิด 119 นิวตันเมตร พร้อมติดตั้งโช้กไฟฟ้า Showa EERA ที่ทำงานร่วมกับ Honda Skyhook Control เป็นมาตรฐาน รวมถึงชิลด์หน้าปรับไฟฟ้า จอใหม่ และ Apple CarPlay กับ Android Auto แบบไร้สาย

เครื่องยนต์ยังคงใช้พื้นฐาน 2 สูบเรียง Unicam พร้อมเพลาข้อเหวี่ยง 270 องศา แต่ขยายกระบอกสูบจาก 92 เป็น 94 มม. โดยคงช่วงชักเดิม 81.5 มม. ทำให้ความจุเพิ่มจาก 1,084 เป็น 1,131 ซีซี กำลังสูงสุดเพิ่มเป็น 87.5 กิโลวัตต์ ที่ 7,500 รอบ/นาที มากกว่าเดิมประมาณ 16.5% ส่วนแรงบิดเพิ่มจาก 112 เป็น 119 นิวตันเมตร ที่ 5,750 รอบ/นาที

การเพิ่มกำลังครั้งนี้มาจากการปรับหลายส่วนร่วมกัน ทั้งลิ้นเร่งที่ขยายจาก 46 เป็น 52 มม. ทางเดินไอดีและกล่องกรองอากาศใหม่ วาล์วไอดีใหญ่ขึ้น รวมถึงการปรับจังหวะและระยะยกวาล์ว อัตราส่วนกำลังอัดเพิ่มจาก 10.5:1 เป็น 12.1:1 พร้อมลูกสูบใหม่และการปรับสมดุลชิ้นส่วนภายในให้รองรับแรงดันการเผาไหม้ที่สูงขึ้น Honda ระบุว่าผลที่ได้คืออัตราเร่งและการเร่งแซงที่ดีขึ้น ขณะที่ความเร็วสูงสุดยังอยู่ที่ 199 กม./ชม.

ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะและเกียร์คลัตช์คู่ DCT รุ่นเกียร์ธรรมดาปรับคลัตช์ใหม่และอัตราทดเกียร์ เพื่อให้ออกตัวและเร่งได้กระฉับกระเฉงขึ้น พร้อมลดรอบเครื่องยนต์ขณะเดินทาง ส่วน DCT ปรับจังหวะเปลี่ยนเกียร์ให้สอดคล้องกับแรงบิดที่เพิ่มขึ้น และใช้ข้อมูลการเข้าโค้งกับความลาดชันมาช่วยเลือกจังหวะเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะกับสถานการณ์
ระบบควบคุมเครื่องยนต์ยังใช้คันเร่งไฟฟ้า Throttle by Wire ทำงานร่วมกับ IMU 6 แกน แต่เปลี่ยนชุดโหมดขับขี่เป็น 6 รูปแบบ ได้แก่ SPORT, TOURING, URBAN, RAIN, OFFROAD และ OFFROAD+ โดยสามารถปรับแต่งค่าภายในแต่ละโหมดได้ตามที่ระบบกำหนด พร้อมเลือกการตอบสนองคันเร่งแบบ Dynamic หรือ Comfort ระบบ HSTC ปรับได้ 7 ระดับและปิดได้ รวมถึงมี Wheelie Control และการปรับเอนจินเบรก

จุดเปลี่ยนสำคัญของแชสซีคือการย้ายมวลให้รวมอยู่ใกล้ศูนย์กลางรถมากขึ้น Honda เพิ่มถังน้ำมันย่อยใต้เบาะ ทำให้น้ำมันส่วนหนึ่งอยู่ในตำแหน่งต่ำลง พร้อมจัดวางแบตเตอรี่ ECU และกล่องกรองอากาศใหม่ ส่วนเฟรมเหล็กลดน้ำหนักลง 0.8 กก. และสวิงอาร์มอะลูมิเนียมลดอีก 0.6 กก. การปรับทั้งหมดนี้มีเป้าหมายให้รถคล่องตัวขึ้นและควบคุมได้มั่นใจทั้งความเร็วต่ำและระหว่างเดินทาง

โช้กไฟฟ้า Showa EERA กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมเพิ่ม Honda Skyhook Control ที่ควบคุมความหน่วงตามการเคลื่อนตัวขึ้นลงและการก้มเงยของตัวรถ ระบบใช้ข้อมูลความเร็ว IMU และระยะเคลื่อนตัวของโช้กหน้า เพื่อคำนวณการทำงานให้เหมาะกับสภาพถนน โดยเน้นเพิ่มความนุ่มนวลและความนิ่งขณะวิ่งทางตรง พร้อมปรับระดับการแทรกแซงเมื่อเข้าโค้งเพื่อรักษาความรู้สึกในการควบคุม
โช้กหน้าหัวกลับขยายจาก 45 เป็น 49 มม. มีระยะยุบ 220 มม. ส่วนโช้กหลังทำงานร่วมกับ Pro-Link ระยะยุบ 210 มม. เพิ่มการตั้งค่า Minimum ที่ลดความสูงเบาะลงอีก 10 มม. จากตำแหน่งเบาะปกติ 850 หรือ 870 มม. ช่วยให้ผู้ขี่เข้าถึงพื้นได้ง่ายขึ้น พร้อมตั้งค่ารองรับน้ำหนักผู้ขี่ ผู้ซ้อน และสัมภาระได้

ตัวรถยังใช้ล้อซี่ลวดหน้า 21 นิ้ว หลัง 18 นิ้ว พร้อมยางไม่มียางใน ขนาด 90/90-21 และ 150/70-18 เบรกหน้าเป็นดิสก์คู่ 310 มม. คาลิเปอร์เรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังใช้ดิสก์ 256 มม. พร้อม ABS ที่ปิดการทำงานล้อหลังได้ ระยะใต้ท้องรถอยู่ที่ 240 มม. น้ำหนักพร้อมใช้งาน 237 กก. สำหรับเกียร์ธรรมดา และ 247 กก. สำหรับ DCT
ด้านความสบายในการเดินทาง ชิลด์หน้าปรับสูงด้วยไฟฟ้าได้ 130 มม. พร้อมการปรับมุมเอียง 10 องศา แฮนด์แคบลง ยกสูงและขยับไปด้านหน้า ส่วนพักเท้าขยับเข้าด้านในและถอยหลัง เบาะปรับรูปทรงใหม่ เพิ่มความหนาโฟมบริเวณรองรับสะโพกและเพิ่มการรองรับด้านหลัง เพื่อให้นั่งต่อเนื่องได้นานขึ้น

ชุดหน้าจอเปลี่ยนใหม่เป็นจอข้อมูลรถขนาด 5.7 นิ้ว ทำงานร่วมกับจอสัมผัส TFT สีขนาด 7 นิ้ว เปิดใช้งานได้ภายในประมาณ 5 วินาที พร้อมหน้าจอออฟโรดและเข็มทิศ การเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto เปลี่ยนเป็นแบบไร้สาย เพิ่มสวิตช์แฮนด์มีไฟส่องสว่าง และช่องเก็บสมาร์ตโฟนแบบล็อกได้บริเวณฝาครอบถังน้ำมัน พร้อมพอร์ต USB-C อยู่ภายใน

อุปกรณ์มาตรฐานยังมี Honda SMART Key ที่ควบคุมสวิตช์รถ ล็อกคอไฟฟ้า และฝาถังน้ำมัน ไฟหน้า LED คู่พร้อมไฟส่องขณะเข้าโค้งและ DRL รวมถึง Cruise Control ปลอกแฮนด์อุ่น การ์ดแฮนด์ และแร็กท้ายอะลูมิเนียม ถังน้ำมันยังมีความจุรวม 18.8 ลิตร โดยรุ่นเกียร์ธรรมดามีอัตราสิ้นเปลืองตามมาตรฐาน WMTC ประมาณ 19.6 กม./ลิตร และรุ่น DCT ประมาณ 18.5 กม./ลิตร


