2027 Honda Africa Twin Enduro Sports เครื่องใหม่ 1,131 ซีซี ช่วงล่างสเป็กแรลลี พร้อมลุยทางฝุ่นจริงจังขึ้น


Honda เพิ่มทางเลือกใหม่ให้ตระกูล Africa Twin ด้วย CRF1150L Africa Twin Enduro Sports รุ่นปี 2027 ที่พัฒนาสำหรับคนต้องการขี่ออกนอกเส้นทางมากขึ้น จุดเด่นอยู่ที่เครื่องยนต์ใหม่ 1,131 ซีซี ช่วงล่าง Showa สเป็ก CRF450RALLY ระยะยุบยาวขึ้น และตัวรถที่ลดทอนชิ้นส่วนเพื่อความคล่องตัว โดยรุ่นเกียร์ธรรมดามีน้ำหนักพร้อมใช้งาน 228 กก. เบากว่า Africa Twin รุ่นมาตรฐานปีเดียวกัน 9 กก.

เครื่องยนต์ยังคงใช้พื้นฐาน 2 สูบเรียง Unicam จังหวะเพลาข้อเหวี่ยง 270 องศา แต่ขยายกระบอกสูบจาก 92 เป็น 94 มม. เพิ่มความจุจาก 1,084 เป็น 1,131 ซีซี พร้อมเพิ่มอัตราส่วนกำลังอัดจาก 10.5:1 เป็น 12.1:1 ให้กำลังสูงสุด 87.5 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 119 PS ที่ 7,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 119 นิวตันเมตร ที่ 5,750 รอบ/นาที เพิ่มจากเครื่องยนต์เดิมที่มีกำลัง 75 กิโลวัตต์ และแรงบิด 112 นิวตันเมตร
การเพิ่มสมรรถนะครั้งนี้มาพร้อมการปรับเครื่องยนต์หลายส่วน ตั้งแต่ทางเดินอากาศ กล่องกรองอากาศ ลิ้นเร่งที่ขยายจาก 46 เป็น 52 มม. ไปจนถึงฝาสูบ วาล์ว แคมชาฟต์ และลูกสูบใหม่ รวมถึงปรับสมดุลก้านสูบและเพลาข้อเหวี่ยงเพื่อรองรับแรงดันการเผาไหม้ที่สูงขึ้น อัตราทดเกียร์ปรับให้ตอบสนองการเร่งในเกียร์ 1–5 ได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันก็ลดรอบเครื่องยนต์เมื่อเดินทางด้วยความเร็วคงที่ โดย Honda ระบุว่าความเร็วสูงสุดยังอยู่ที่ 199 กม./ชม.

โครงสร้างรถปรับทั้งเฟรมเหล็กและสวิงอาร์มอะลูมิเนียม ซึ่งมีน้ำหนักรวมลดลง 1.4 กก. เมื่อเทียบกับ Africa Twin ปี 2026 พร้อมนำแนวคิดจากรถแข่ง Dakar อย่าง NXR750 มาใช้ ด้วยการเพิ่มถังน้ำมันส่วนย่อยใต้เบาะผู้ขับขี่ ช่วยลดระดับน้ำมันในถังหลักและรวมมวลให้อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางรถมากขึ้น แบตเตอรี่ ECU และกล่องกรองอากาศได้รับการจัดวางใหม่เช่นกัน เพื่อให้ควบคุมรถได้คล่องตัวและมั่นคงขึ้นตามเป้าหมายการพัฒนาของ Honda

หัวใจสำคัญของรุ่น Enduro Sports อยู่ที่ช่วงล่างหน้า Showa หัวกลับขนาด 49 มม. แบบ Closed cartridge สเป็ก CRF450RALLY ปรับตั้งได้ครบ ให้ระยะยุบ 240 มม. ทำงานร่วมกับโช้กหลัง Showa และกระเดื่อง Pro-Link ระยะยุบล้อหลัง 230 มม. มากกว่า Africa Twin รุ่นมาตรฐานปี 2027 อย่างละ 20 มม. ส่วนระยะใต้ท้องรถเพิ่มเป็น 260 มม. ช่วยเพิ่มพื้นที่สำหรับผ่านร่องและอุปสรรคบนเส้นทางทุรกันดาร

ล้อใช้แบบซี่ลวดขนาด 21 นิ้วด้านหน้า และ 18 นิ้วด้านหลัง พร้อมยางไม่ใช้ยางใน Metzeler Karoo Street ขนาด 90/90-21 และ 150/70 R18 โดย Honda ระบุ Michelin Anakee Wild เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ต้องการเน้นทางฝุ่นมากขึ้น ระบบเบรกหน้าเป็นดิสก์คู่ขนาด 310 มม. คาลิเปอร์เรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังใช้ดิสก์ 256 มม. พร้อม ABS ที่เลือกปิดการทำงานล้อหลังได้
ระบบควบคุมใช้คันเร่งไฟฟ้าทำงานร่วมกับ IMU 6 แกน และโหมดขี่ 6 รูปแบบ ได้แก่ SPORT, TOURING, URBAN, RAIN, OFFROAD และ OFFROAD+ ผู้ขับขี่ปรับค่าภายในแต่ละโหมดได้ รวมถึงเลือกการตอบสนองคันเร่งแบบ Dynamic หรือ Comfort ระบบควบคุมการลื่นไถล HSTC ปรับได้ 7 ระดับและปิดได้ พร้อม Wheelie Control และการปรับเอนจินเบรกให้เหมาะกับสภาพเส้นทาง

ระบบส่งกำลังมีทั้งเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ พร้อม Assist & Slipper Clutch และเกียร์คลัตช์คู่ DCT 6 จังหวะ ซึ่งปรับจังหวะเปลี่ยนเกียร์ให้รองรับเครื่องยนต์ใหม่ รวมถึงประมวลผลความลาดชันและการเข้าโค้ง สำหรับการขี่ทางฝุ่น โหมด OFFROAD ลดการลื่นของคลัตช์ระหว่างเปลี่ยนเกียร์ เพื่อให้รับรู้แรงขับและการยึดเกาะได้ชัดเจนขึ้น ส่วน OFFROAD+ เพิ่มทางเลือกในการเลือกโปรแกรมเปลี่ยนเกียร์ รุ่น DCT มีน้ำหนักพร้อมใช้งาน 239 กก. มากกว่าเกียร์ธรรมดา 11 กก.

ท่าขี่ปรับให้รองรับการควบคุมทั้งตอนนั่งและยืน แฮนด์แคบลง พร้อมยกสูงและเลื่อนไปด้านหน้า ขณะที่พักเท้าจัดให้แคบลงและเลื่อนถอยหลัง เบาะปรับรูปทรงและเพิ่มโฟมรองรับสะโพก โดยเลือกความสูงได้ 870 หรือ 890 มม. รูปลักษณ์ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งแรลลี HRC ใช้บังโคลนหน้าสูง ไฟหน้าคู่ LED ขนาดกะทัดรัด ชิลด์ทรงแคบ และลดทอนชิ้นส่วนด้านท้ายให้ดูเพรียวขึ้น

อุปกรณ์สำหรับการเดินทางยังให้มาครบ ทั้ง Cruise Control, Honda SMART Key ที่ควบคุมระบบเปิดรถ ล็อกคอด้วยไฟฟ้า และฝาถังน้ำมัน พร้อมจอข้อมูลขนาด 5.7 นิ้ว ทำงานร่วมกับจอสัมผัส TFT 7 นิ้ว ชุดจอใหม่ใช้เวลาเริ่มทำงานประมาณ 5 วินาที มีหน้าจอสำหรับขี่ทางฝุ่นพร้อมเข็มทิศ รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย รวมถึงสวิตช์แฮนด์มีไฟส่องสว่างและช่องชาร์จ USB-C

ถังน้ำมันมีความจุรวม 18.8 ลิตร รุ่นเกียร์ธรรมดามีอัตราสิ้นเปลืองตามการทดสอบ WMTC ที่ 19.6 กม./ลิตร โดย Honda ประเมินระยะทางต่อถังไว้ประมาณ 370 กม. ส่วนรุ่น DCT อยู่ที่ประมาณ 18.5 กม./ลิตร ทั้งนี้ ระยะทางใช้งานจริงขึ้นอยู่กับความเร็ว เส้นทาง น้ำหนักบรรทุก และรูปแบบการขับขี่

