- ZEEKR เดินหน้าปักธง Premium EV Ecosystem ในไทย พร้อมขยาย ZEEKR House ทุกภูมิภาค หลัง ZEEKR 009 ทำยอดขายติด Top 3 ตลาดรถเอ็มพีวีไฟฟ้าประตูสไลด์
- มาแน่…น้องม่วง NEW MG URBAN หลัง เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) คอนเฟิร์ม! พร้อมเดินสายการผลิตและเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เร็ว ๆ นี้
- ZONTES 150X เปิดราคาช็อกไพรส์! 74,800 บาท พร้อมเขย่าวงการสกู๊ตเตอร์เมืองไทยด้วยเฟรมอลูมิเนียมครั้งแรกของโลกในคลาส AT 150 พร้อม Lifetime Warranty
- ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ตอกย้ำแนวคิดการขับขี่สมรรถนะสูงอย่างมีวินัย,ทักษะและปลอดภัย ในกิจกรรม Track Xperience 2026 & CBR Trophy 2026 เพื่อยกระดับทักษะนักขี่ไทย
- ยามาฮ่า ส่งแคมเปญ All Member “คุ้มค่า ล่าดาว” แลกรับส่วนลดซื้อรถจักรยานยนต์และอะไหล่ตกแต่งหรือเครื่องแต่งกาย สำหรับสมาชิก All Member
- ฮอนด้าผนึกเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เดินเกม Smart in Motion-สมาร์ต ก้าวล้ำ ทุกความเคลื่อนไหว ยกระดับแบรนด์และประสบการณ์ลูกค้าครบวงจร
- ยามาฮ่าอะไหล่แท้แจกจริงปี 14 แจก YAMAHA PG-1 3 คัน พร้อมของรางวัลรวม 243 รางวัล มูลค่ากว่า 1.7 ล้านบาท ถึง 30 พ.ย. 2569
- GWM ส่งรถในตระกูล TANK ลงสนาม Taklimakan Rally 2026 เพื่อพิสูจน์ขีดสุดเทคโนโลยีออฟโรดเจเนอเรชันใหม่
Author: ท่านผู้เจริญ
เผยโฉม Ford Everest Sport Special Edition ในราคา 1,619,000 บาท และ Ranger Sport 4×4 มาในราคาพิเศษ 1,049,000 บาท Ford Everest Sport Special Edition ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 405 นิวตันเมตร พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะ มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล และ สีเงิน อลูมิเนียม เมทัลลิก ราคา 1,619,000 บาท มาพร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ranger Sport 4×4 กระบะ 4 ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ ตอบโจทย์ทุกการใช้งานทั้งสายลุยและการใช้งานในเมือง มาพร้อมราคาพิเศษ 1,049,000 บาท จากราคาปกติ 1,089,000 บาท และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง แคมเปญพิเศษส่งท้ายไตรมาสแรก มอบข้อเสนอสุดคุ้มสำหรับรถฟอร์ดรุ่นยอดนิยม ทั้งที่บูธฟอร์ดในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ โดยมีไฮไลท์ดังนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS กระบะ 4 ประตูยกสูง เกียร์อัตโนมัติ ราคาพิเศษ 799,000 บาท จากราคาปกติ 924,000 บาท ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร วี 6 ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ฟรี เงินสนับสนุนอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่า 50,000 บาท ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ราคาพิเศษ 1,699,000 บาท จากราคาปกติ 1,804,000 บาท ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เทรนด์ ราคาพิเศษ 1,249,000 บาท จากราคาปกติ 1,397,000 บาท ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง พิเศษ! ลูกค้าเก่ารับฟรี โปรแกรม Ford Care Gold+ อุ่นใจในการขับขี่ตลอด 7 ปี สำหรับลูกค้าใหม่ สามารถซื้อโปรแกรม Ford Care Gold+ ได้ในราคา 36,050 บาท จากราคาปกติ 66,050 บาท
GEELY Star Wish อวดโฉมครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมยนตรกรรมไฟฟ้าระดับพรีเมียม GEELY EX5 รถอเนกประสงค์อัจฉริยะพลังงานไฟฟ้า 100% GEELY Star Wish – Lifestyle Electric Car ขนาดกะทัดรัดขุมพลังไฟฟ้า 100% เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดดเด่นทันสมัยด้วยดีไซน์ที่โค้งมนทั้งภายนอกและภายใน ห้องโดยสารขนาดใหญ่ กว้างขวาง สะดวกสบาย และยังครบครันด้วยระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ FLYME Auto พร้อม GEELY EX5 รถอเนกประสงค์อัจฉริยะพลังงานไฟฟ้า 100% บนแพลตฟอร์ม Global Intelligent Electric Architecture (GEA) พื้นฐานเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าใหม่ล่าสุดของ GEELY นวัตกรรม Short Blade Battery แบตเตอรี่ LFP รุ่นใหม่ ที่มีขนาดเล็กแต่โดดเด่นด้านความแข็งแกร่ง บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ขอมอบส่วนลด 20,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับ GEELY EX5 ทั้งสองรุ่น ดังนี้ ข้อเสนอที่ 1 : สิทธิพิเศษมูลค่ารวม 140,000 บาท ฟรี ค่าบำรุงรักษา ค่าอะไหล่ และค่าแรงนาน 5 ปี ฟรี Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง ฟรี ฟิล์มติดรถยนต์จาก Solar Gard ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี ข้อเสนอที่ 2 : ผ่อนสบาย พร้อมดอกเบี้ย 0% ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ผ่อนนาน 48 เดือน รับสิทธิพิเศษซื้อ Home Charger พร้อมบริการติดตั้งในราคา 50% ฟรี ฟิล์มติดรถยนต์จาก Solar Gard ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี
ต้นแบบ Mazda Iconic SP และ Mazda6e จัดแสดงครั้งแรกในประเทศไทย เทคโนโนโลยีแห่งอนาคต Multi-solution มาสด้าสร้างเซอร์ไพรส์ใหญ่ จัดแสดงนวัตกรรมใหม่ 2 รุ่น นำโดย Mazda Iconic SP คอนเซ็ปต์คาร์ของรถสปอร์ตคอมแพ็ค ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า รองรับการใช้พลังงานสะอาดหลากหลายรูปแบบ และ Mazda6e รถยนต์ไฟฟ้า 100% BEV รุ่นแรกจากมาสด้า ตอกย้ำจุดยืนในการส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน เปิดตัวรถยนต์นั่งรุ่นยอดนิยม New Mazda2 Essential โดดเด่นเรื่องความคุ้มค่าและดีไซน์ที่ตอบโจทย์ ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังแนะนำ New Mazda MX-5 35th Anniversary Edition รถสปอร์ตโรดสเตอร์รุ่นพิเศษที่เฉลิมฉลองการครบรอบ 35 ปี นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอสุดพิเศษ อาทิ ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% ผ่อนนานสูงสุด 72 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ฟรีบัตรน้ำมันสำหรับเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัว มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท และฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ MUS นานสูงสุด 7 ปี ณ บูธมาสด้า ในงาน มอเตอร์ โชว์ 2025 ระหว่างวันที่ 26 มี.ค. 68 – 6 เม.ย. 68 นี้
Audi A5 PHEV นำทัพ ยนตรกรรมกว่า 20 รุ่น บุกงาน Motor Show อัดโปรแรงมูลค่าสูงสุด 1 ล้านบาท ลูกค้าที่จอง Q8 e-tron ดีลสุดฮอตแห่งปี ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 7 ปี เปิดตัวอย่างเป็นทางการ “The all-new Audi A5” มาพร้อมเทคโนโลยี Plug-in Hybrid และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro และครั้งแรกกับขุมพลังไฟฟ้าทรง Avant ไอคอนโมเดล ตระกูล S ตัวแรง ออปชันจัดเต็ม สมรรถนะขั้นสุด “The all-new, fully electric Audi S6 e-tron” The all-new Audi A5 เทคโนโลยี Plug-in Hybrid เจเนอเรชั่นล่าสุด ใหม่ทุกตารางนิ้ว พละกำลัง 367 แรงม้า พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro อัจฉริยะทุกรุ่น ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าสูงสุดถึง 114 กิโลเมตร (NEDC) / 86 กิโลเมตร (WLTP) ต่อ 1 การชาร์จ มีให้เลือก 2 รูปทรง Avant และ Sportback “Avant” อัตลักษณ์ที่ได้รับความนิยมจากแฟนอาวดี้ทั่วโลก ให้ลุคสปอร์ตและอเนกประสงค์ มีพื้นที่ห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระได้มากถึง 1,422 ลิตร ลงตัวกับทุกการใช้งาน และอีกหนึ่งตัวเลือกที่โดดเด่น คือ “Sportback” ลุคสปอร์ตโฉบเฉี่ยว 4 ประตู New design language ที่ถูกนำมาใช้ใน Audi A5 เพิ่มความสปอร์ตไปอีกขั้นด้วยไฟหน้า Matrix LED พร้อม Daytime running light ที่ปรับเปลี่ยนได้ถึง 8 รูปแบบ มือจับประตูรูปแบบใหม่ที่เรียบไปกับตัวรถ และล้อ Audi Sport ลวดลายใหม่ เท่ ดุดัน ภายในล้ำสมัยและอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี หน้าจอ Curved MMI Panoramic Display และ Front passenger display ที่มอบอิสระการควบคุมหน้าจอและระบบภายในให้ทั้งคนขับและผู้โดยสาร switchable panoramic glass roof หลังคากระจกพาโนรามิค ที่ปรับรูปแบบการใช้งานได้ถึง 6 รูปแบบ มาพร้อม UV sunscreen เพื่อช่วยป้องกันแสงแดดและรังสียูวี The all-new Audi A5 มากับสีใหม่ Horizon blue, metallic และเปิดตัวทั้งหมด 4 รุ่น A5 Sportback TFSI e quattro Tech Plus ราคา 3,299,000 บาท A5 Avant TFSI e quattro Tech…
ชี้แจงจาก NETA สำนักงานใหญ่เกี่ยวกับข่าวลือในโลกออนไลน์ เนื่องจากกำลังดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรและปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง NETA AUTO กำลังดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรและปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงานและมุ่งเน้นที่ธุรกิจหลักอย่างเต็มที่ ด้วยเป้าหมายในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและเสริมความแข็งแกร่งเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนในอนาคต ประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญของ NETA AUTO โดยมีฐานผู้ใช้จำนวนมากและได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างดี NETA ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย และมุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยต่อไป เราขอขอบคุณผู้บริโภคและสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้ความสนใจและสนับสนุนแบรนด์ NETA ในประเทศไทย และเรายืนยันที่จะดำเนินธุรกิจและมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งเทคโนโลยีที่สามารถเป็นเจ้าของได้สำหรับคนไทย ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจหลักของ NETA ในการสร้างการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียมกันสำหรับทุกคน หรือ “Tech For All”
ภาพคันจริง Mitsubishi XFORCE HEV ทุกรุ่นย่อย รถยนต์ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด เริ่ม 8.99 แสน – 1.089 ล้านบาท พร้อมส่งมอบ Q2 ปีนี้ รุ่น Ignite ราคาเริ่มต้น 899,000 บาท มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาวมุก White Diamond สีเงิน Blade Silver และสีเทา Graphite Grey รุ่น Ultimate ราคาเริ่มต้น 1,039,000 บาท มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาวมุก White Diamond หลังคาดำ สีเงิน Blade Silver สีเทา Graphite Gray และสีดำ Jet Black Mica รุ่น Ultimate X ราคาเริ่มต้น 1,089,000 บาท มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีขาวมุก White Diamond หลังคาดำ สีเทา Graphite Gray หลังคาดำ สีเหลือง Energetic Yellow หลังคาดำ สีแดง Spirit Red หลังคาดำ และสีดำ Jet Black Mica เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร DOHC 16 วาล์ว MIVEC เป็นการพัฒนาต่อยอดจากรถยนต์ฟูลไฮบริดรุ่นแรก มาพร้อมกับระบบส่งกำลัง 2-Speed Transaxle ใหม่ ปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติตามการขับขี่และสภาพถนน ให้อัตราเร่งที่ดี…
รถยนต์ในฝันที่ครองใจผู้คนทั่วโลก สู่แรงบันดาลใจในการตั้งชื่อ “เบนซ์” ให้กับลูกหลานในทุกยุคสมัย เมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงสานต่อแรงบันดาลใจนี้ด้วยแคมเปญ “Friend with Benz” เมอร์เซเดส-เบนซ์ ชวนทุกคนที่ชื่นชอบในรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ มาเป็นเพื่อนกับแบรนด์ และเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ ในงาน Motor Show 2025 พร้อมถ่ายทอดเรื่องราว ความรู้สึก และประสบการณ์ที่มีต่อเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในแบบฉบับของตัวเอง FWB ที่แปลว่า “Friend with Benz” “Friend with Benz” คือคอมมูนิตี้ของคนที่ชื่นชอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของรถหรือไม่ก็ตาม เพียงแค่มีความหลงใหลในแบรนด์ ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของ Friend with Benz ในงาน Motor Show 2025 ได้ วมแชร์ประสบการณ์ที่มีต่อเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมสัมผัสความหรูหราของยนตรกรรมรุ่นต่าง ๆ รวมถึงข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟภายในงานที่มอบให้เฉพาะ Friend with Benz เท่านั้น นอกจากนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังอยากเชิญชวนทุกคนมาตามหายนตรกรรมที่ตรงกับ Passion ของคุณ และเปิดประสบการณ์ใหม่ไปกับคอมมูนิตี้ Friend with Benz รวมถึงพบกับเพื่อนใหม่จาก Mercedes-AMG ทั้งหมด 3 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น “Mercedes-AMG G 63” เพื่อนสายลุยที่ผสานขุมพลังเข้ากับดีไซน์ทรงกล่องสุดคลาสสิก “Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+” เพื่อนสายสปอร์ตที่มอบความแรงและความหรูหราในทุกมิติ และ “Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+” เพื่อนสายเรียบหรูที่มาพร้อมสมรรถนะอันทรงพลัง
เปิดตัว Mitsubishi XFORCE HEV ขุมพลัง Mitsubishi e:MOTION รถยนต์ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด เริ่ม 8.99 แสน – 1.089 ล้านบาท Mitsubishi XFORCE HEV มี 3 รุ่น ย่อย รุ่น Ignite ราคาเริ่มต้น 899,000 บาท มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาวมุก White Diamond สีเงิน Blade Silver และสีเทา Graphite Grey รุ่น Ultimate ราคาเริ่มต้น 1,039,000 บาท มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาวมุก White Diamond หลังคาดำ สีเงิน Blade Silver สีเทา Graphite Gray และสีดำ Jet Black Mica รุ่น Ultimate X ราคาเริ่มต้น 1,089,000 บาท มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีขาวมุก White Diamond หลังคาดำ สีเทา Graphite Gray หลังคาดำ สีเหลือง Energetic Yellow หลังคาดำ สีแดง Spirit Red หลังคาดำ และสีดำ Jet Black Mica ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ ‘Silky and Solid’ แนวคิดการออกแบบใหม่จากมิตซูบิชิ เรียบหรู แต่ทรงพลัง สะท้อนผ่านรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว…
มาสด้าจึงนำเสนอปรัชญาใหม่ “JOY DRIVES LIVES” หรือ ความสุขขับเคลื่อนชีวิต โดยสื่อสารถึงรายละเอียดความสุขเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว มาสด้าเชื่อว่าในทุกรายละเอียดของชีวิต มีความสุขขับเคลื่อนเราเสมอ พร้อมออกเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ เคียงข้างกัน โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางและมีส่วนสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับแบรนด์ และมีรถยนต์มาสด้าเป็นส่วนหนึ่งของทุกประสบการณ์การใช้ชีวิต เติมเต็มชีวิตทุกเส้นทางเพื่อให้ผู้คนได้ค้นพบความสุขในแบบของตัวเอง มาสด้าเริ่มสื่อสารภาพลักษณ์ของแบรนด์ด้วยสโลแกน ZOOM-ZOOM ซึ่งเป็นการถ่ายทอดความรู้สึกและความทรงจำในวัยเด็กออกมาเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันนี้ ในปี 2558 มาสด้าได้สื่อสารภาพลักษณ์ใหม่อีกครั้ง ภายใต้สโลแกน “FELL THE DRIVE” โดยเริ่มจากการสื่อสารปรัชญาและแนวคิดหลักของแบรนด์ การให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้า ผ่านความสนุกในการขับขี่ไปจนถึงคุณค่าทางด้านอารมณ์ความรู้สึกโดยมีมาสด้าเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต ในปี 2568 เป็นต้นไป มาสด้าพร้อมเดินหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะมาสด้าเชื่อว่า “ความสุขในการขับขี่รถยนต์” (Joy of Driving) จะนำไปสู่ “ความสุขในการใช้ชีวิต” (Joy of Living) สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า มาสด้าจึงนำเสนอปรัชญาใหม่ของแบรนด์ “JOY DRIVES LIVES” หรือ ความสุขขับเคลื่อนชีวิต
2025 New GWM Haval H6 HEV และ 2025 GWM Haval H6 PHEV เอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุด วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ไกลที่สุดในเซกเมนต์ NEW GWM HAVAL H6 มีมิติตัวรถที่มีความยาว 4,703 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,886 มิลลิเมตร ความสูง 1,730 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,738 มิลลิเมตร ระยะความสูงใต้ท้องรถ 170 มิลลิเมตร ระยะห่างของล้อคู่หน้าและหลัง 1,631 / 1,640 มิลลิเมตร ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ให้มาถึง 61 ลิตร ในรุ่น HEV และ 55 ลิตร ในรุ่น PHEV NEW GWM HAVAL H6 HEV มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า มอบพละกำลังสูงสุด 179 กิโลวัตต์ หรือ 243 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตร ปรับเซ็ตระบบช่วงล่างใหม่ที่ถูกพัฒนาจากการรับฟังเสียงของผู้บริโภค NEW GWM HAVAL H6 PHEV พละกำลังรวมสูงสุด 326 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตร ระบบเกียร์ DHT (Dedicated Hybrid Transmission) ซึ่งระบบเกียร์ดังกล่าวมีจุดเด่นที่สามารถสลับการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า GWM HAVAL H6 PHEV มีระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ไกลที่สุดในเซกเมนต์ ถึง 150 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน NEDC) แบตเตอรี่ Lithium Ion 27.54 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง CCS Type 2 combo ซึ่งรองรับการชาร์จแบบ DC ได้สูงถึง 41 กิโลวัตต์ ภายนอก ภายใน
