Hyundai IONIQ 6 N ซีดานไฟฟ้าตัวแรงจากเกาหลีเผยโฉมที่งาน GoodWood ในสหราชอาณาจักร โชว์ความแรง 650 แรงม้า 770 นิวตันเมตร

ทุกเส้นสายคืออากาศพลศาสตร์รูปลักษณ์ของ IONIQ 6 N ถูกออกแบบมาอย่างดุดันและมีเป้าหมาย ชิ้นส่วนต่างๆ ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสมรรถนะการขับขี่
- ชุดแต่งรอบคัน: กันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ ช่องดักลมที่ใหญ่ขึ้น และสเกิร์ตข้างที่ดุดัน
- สปอยเลอร์หลังทรงสูง (Swan Neck Wing): จุดเด่นที่สุดของรุ่น N ช่วยสร้างแรงกดมหาศาล (Downforce) ทำให้ตัวรถนิ่งและมั่นคงเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง
- ตัวถังที่กว้างขึ้น: มาพร้อมโป่งซุ้มล้อที่ขยายใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับล้อ Forged ขนาด 20 นิ้ว และยางสมรรถนะสูง Pirelli P-Zero
- ภายใน: เบาะนั่งแบบ Bucket Seat สไตล์สปอร์ต, พวงมาลัย N พร้อมปุ่มลัดสีแดงสำหรับโหมด N Grin Boost และการตกแต่งด้วยสีฟ้า Performance Blue อันเป็นเอกลักษณ์

Hyundai IONIQ 6 N ไม่ใช่แค่การนำรุ่นปกติมาตกแต่งใหม่ แต่เป็นการยกเครื่องทางวิศวกรรมทั้งหมดเพื่อรีดสมรรถนะสูงสุดออกมา หัวใจหลักคือมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ถูกปรับจูนมาเป็นพิเศษ เป็น Supercar ในคราบซีดาน
- พละกำลัง มอเตอร์ด้านหน้า 223 แรงม้า มอเตอร์ด้านหลัง 378 แรงม้า พละกำลังรวม 601 แรงม้า
- พละกำลังสูงสุด: 650 แรงม้า (PS) 770 นิวตันเมตร เมื่อเปิดใช้งานโหมด N Grin Boost
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: เพียง 3.2 วินาที
- ความเร็วสูงสุด: 257 กม./ชม.
- แบตเตอรี่: ขนาดใหญ่ 84 kWh รองรับการชาร์จเร็ว 350kW DC จาก 10-80% ในเวลาเพียง 18 นาที

เทคโนโลยีจากสนามแข่งสู่ท้องถนน: ขับสนุก เร้าใจ ไม่เหมือนใคร ทำให้ IONIQ 6 N แตกต่าง
- N e-Shift: สร้างประสบการณ์การ “เปลี่ยนเกียร์” เสมือนจริงแบบ 8 สปีด พร้อมเสียงและแรงกระชากเล็กน้อย ให้ฟีลลิ่งแบบเดียวกับรถแข่ง
- N Active Sound+: ไม่ชอบความเงียบใช่ไหม? เลือกระบบเสียงสังเคราะห์ได้ 3 แบบ ทั้งเสียงเครื่องยนต์สันดาปและเสียงยานอวกาศแห่งอนาคต เพิ่มความเร้าใจในทุกครั้งที่กดคันเร่ง
- N Drift Optimizer: โหมดช่วยดริฟต์ ที่ทำให้การสาดโค้งเป็นเรื่องง่ายและควบคุมได้ดั่งใจ
- N Torque Distribution: ระบบกระจายแรงบิดอัจฉริยะ ปรับได้ถึง 11 ระดับ ให้คุณเลือกได้ว่าจะขับแบบเกาะถนนหนึบ หรือท้ายปัดเล็กน้อยเพื่อความสนุก
- N Launch Control: ระบบช่วยออกตัวที่จะทำให้คุณสัมผัสแรง G กระชากหลังติดเบาะได้อย่างเต็มที่

ตัวรถมีการปรับการออกแบบให้ควบคุมได้เฉียบคมขึ้น ไม่ได้มีดีแค่ทางตรงเท่านั้น แต่ยังปรับช่วงล่างและโครงสร้างใหม่ให้พร้อมรับทุกโค้ง
- ตัวถังแข็งแกร่งขึ้น: มีการเพิ่มจุดเชื่อมตัวถังและใช้กาวชนิดพิเศษ ทำให้รถทนต่อแรงบิดได้ดีขึ้น ตอบสนองได้เฉียบคม
- ช่วงล่างที่ปรับได้: โช้คอัปไฟฟ้าที่สามารถปรับความหนืดได้ ทำให้รถเกาะถนนหนึบในสนามแข่ง และยังคงความนุ่มนวลได้เมื่อขับขี่บนถนนทั่วไป
- เบรกทรงพลัง: มาพร้อมระบบเบรกที่ยอดเยี่ยมและระบบ Regenerative Braking (การชาร์จไฟกลับเมื่อเบรก) ที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ไม่ต่างจากรถน้ำมัน


