บริษัท ธนบุรีบลูสกาย จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมแบรนด์ NIO (นีโอ) เปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการ พร้อมเผยโฉม “Firefly (ไฟเออร์ฟลาย)”
พรีเมียมซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ความต้องการของไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ภายใต้แนวคิด “Freedom to Glow” อิสระทุกการเดินทางก้าวไปอย่างมั่นใจ
สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการผสานความแข็งแกร่งของสองบริษัทระหว่างเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลกอย่าง NIO เข้ากับความเชี่ยวชาญ 85 ปีของ กลุ่มธนบุรี เพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย พร้อมนำเสนอทางเลือกรถยนต์ไฟฟ้าไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ให้แก่ลูกค้าชาวไทย โดย Firefly พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47

นายรัฐพล วิริยะพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธนบุรี กล่าวภายในงานเปิดตัวแบรนด์ NIO ครั้งนี้ว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ในประเทศไทย แต่เป็นการผสานวิสัยทัศน์ระดับโลกของ NIO เข้ากับความเชี่ยวชาญของ กลุ่มธนบุรี เพื่อร่วมกันยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย NIO คือ บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่กำลังสร้างระบบนิเวศแห่งอนาคต ผสานการบูรณาด้านพลังงาน ซอฟต์แวร์ และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่แห่งการขับขี่ เราเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อม การเริ่มต้นด้วย NIO Firefly เพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มคนเมืองและคนรุ่นใหม่ ก่อนขยายสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับที่สูงขึ้น และด้วยประสบการณ์เกือบหนึ่งศตวรรษในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยของ กลุ่มธนบุรี และความพร้อมด้านเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการหลังการขาย เรามุ่งมั่นในการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้ NIO สามารถเติบโตอย่างมั่นคง และร่วมกันสร้างมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในประเทศไทยในระยะยาว”
Firefly: Freedom to Glow อิสระทุกการเดินทาง ก้าวไปอย่างมั่นใจ
Firefly วางตำแหน่งเป็น Tech Premium Compact EV รถยนต์ไฟฟ้าที่ถ่ายทอดดีเอ็นเอและตวามพรีเมียมของแบรนด์ NIO มาอย่างครบถ้วน ชื่อ “Firefly” และโลโก้ของแบรนด์ที่ได้แรงบันดาลใจจาก “หิ่งห้อย” สะท้อนอิสรภาพของการใช้ชีวิตในยุคใหม่สื่อถึงความเคลื่อนไหวของความสามารถในการค้นพบและจากภายในเปรียบเสมือนพลังสร้างสรรค์ของรุ่นใหม่ในเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง

สมรรถนะคล่องตัว ขับสนุกทุกเส้นทางเมือง
Firefly พัฒนาบนแพลตฟอร์มสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ที่เน้นความ “Compact outside, Spacious inside” โดยมีดีเอ็นเอของแบรนด์ที่เรียกว่า “Vivid, Thoughtful, and Solid” (สดใส ใส่ใจ และแข็งแกร่ง) ให้ความคล่องตัวสูง พร้อมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่ ECO, Comfort และ Sport รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ด้วยรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.75 เมตร ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบอิสระมัลติลิงค์ ช่วยซับแรงสั่นสะเทือนและให้การควบคุมที่มั่นคง นุ่มนวลในทุกสภาพถนน มอบกำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุด 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 8.1 วินาที มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ขนาด 42.1 kWh วิ่งได้ไกลสูงสุด 400 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) รองรับการชาร์จเร็ว DC จาก 10–80% ภายใน 30 นาที และรองรับฟังก์ชัน V2L จ่ายกระแสไฟฟ้าให้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุด 3.68 กิโลวัตต์


Small But Big พรีเมียมซิตี้คาร์ที่เติมเต็มฟังก์ชั่นมากมาย
Firefly รู้จักกันในชื่อความพิเศษและประโยชน์การใช้สอยได้ในส่วนของการออกแบบมีตามหลักอากาศพลศาสตร์ด้วยสื่อดีไซน์เส้นสายที่โค้งมนและสื่อถึงพลังแห่งพื้นที่ในขณะที่ฝูงชนอื่นๆ ชุดไฟหน้าแบบ Trio Lights ในการถ่ายทอดสัญญาณซิกเนเจอร์การดีไซน์ของแบรนด์ในส่วนท้ายไฟ Trio Lights สำหรับต่อเนื่องของดีไซน์ตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้าย บริเวณด้านบนมาพร้อมกับหลังคาพาโนรามิกซันรูฟช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติพร้อมระบบกรองรังสี UV เพิ่มพื้นที่ด้านนอกให้เบาะที่นั่งแถวหลังสุด 3 พร้อมพื้นที่วางขา ส่วนสำคัญที่เป็นจุดสำคัญของการพับแยกแบบ 40:60 โดยที่พื้นที่ในการจัดเก็บสัมภาระ

พื้นที่อเนกประสงค์รอบคัน
Firefly คำนึงถึงการใช้งานจริงด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ ที่สามารถจุได้มากถึง 335 ลิตร และขยายได้ถึง 1,253 ลิตร เมื่อพับเบาะหลัง พื้นที่เก็บของด้านหน้า (Frunk) ขนาดใหญ่สุดในกลุ่มที่ 92 ลิตร มีช่องเก็บของใต้เบาะผู้โดยสารตอนหน้า และช่องเก็บของใต้เบาะตอนหลังขนาดใหญ่ถึง 29 ลิตร รวมถึงอุปกรณ์เสริมที่วางแก้วน้ำแบบแม่เหล็ก ช่วยเพิ่มความสะดวกในทุกการเดินทาง เบาะคู่หน้ายังมีระบบปรับไฟฟ้า พร้อมระบบเป่าลมเย็นและระบบนวด เพิ่มความสะดวกสบายในทุกเส้นทาง

เทคโนโลยีอัจฉริยะครบวงจร
Firefly มาพร้อมระบบอัจฉริยะ Aster เอกสิทธิ์เฉพาะของ NIO สนับสนุนให้คุณทราบถึงรูปแบบออนไลน์ (OTA) ช่วยให้ระบบช่วยเหลือในการควบคุมในขณะที่ช่วยควบคุมเทคโนโลยีการควบคุมหน้าจอทั้งจอภาพและแนวเทคโนโลยีในการเปลี่ยนเกียร์ ระบบควบคุมความเร็วพร้อมรักษาระยะทาง ระบบช่วยเปลี่ยนอัตโนมัติบนทางหลวง นำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลตรวจสอบผ่านคำแนะนำมากมายและการตรวจสอบประสิทธิภาพตรวจสอบกลางขนาด 13.2 นิ้วแสดงการสั่งงานแบบมัลติทัช เช่น หน้าจอสองนิ้วเพื่อปรับหรือตรวจสอบหรือตรวจสอบพื้นที่ออกแบบลดแสงสะท้อนการลดรอยรั่วและทิศทางที่ชัดเจนของสภาพแสงที่สนับสนุน Apple CarPlay และ Spotify พร้อมระบบเสียง 14 ลำโพงแบบ 7.1 เซอร์ราวด์ติดตามขับรวม 640 ฟังก์ชั่นพร้อมเทคโนโลยี Dolby Atmos ให้มิติเสียงต่างๆ ทิศทางปกติของผู้โดยสารไฟ Ambient Light 256 ระบบควบคุมที่เต้นตามจังหวะดนตรี สร้างบรรยากาศที่ขับเคลื่อนการเดินทาง Firefly ยังคงผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวทั้ง C-NCAP และ Euro NCAP ตอกย้ำความมั่นใจและความปลอดภัยด้วยมาตรฐานระดับสากล

“ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำแบรนด์ NIO เข้าสู่ประเทศไทย โดยเริ่มต้นด้วย Firefly ซึ่งมิใช่เพียงรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก แต่เป็นพรีเมียมซิตี้อีวีคาร์ที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ โดย ประเทศไทย ถือเป็นตลาดที่มีความสำคัญสำหรับ NIO และเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผมจึงเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า Firefly ที่ผสานเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเข้ากับความพรีเมียมอย่างลงตัว จะสามารถตอบโจทย์ลูกค้าที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ ที่เน้นความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน NIO มุ่งมั่นนำเทคโนโลยีระดับโลกมาสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าชาวไทย และเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือกับ กลุ่มธนบุรี ที่มีความเชี่ยวชาญและความเข้าใจลูกค้าคนไทยจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ NIO และเติบโตในประเทศไทยอย่างมั่นคง” มร.แดเนียล จิน รองประธานบริษัท NIO Inc. (นีโอ อิงค์) และประธานแบรนด์ Firefly กล่าวทิ้งท้าย
พบกับ Firefly และสัมผัสกับประสบการณ์พรีเมียมซิตี้คาร์ พร้อมทั้งรูปลักษณ์ราคาอย่างเป็นทางการได้ที่บูท A1 ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

