- มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ด้วยยอดขายอันดับ 1 พร้อมคว้า Thailand’s Most Admired Brand 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
- ZEEKR เดินหน้าปักธง Premium EV Ecosystem ในไทย พร้อมขยาย ZEEKR House ทุกภูมิภาค หลัง ZEEKR 009 ทำยอดขายติด Top 3 ตลาดรถเอ็มพีวีไฟฟ้าประตูสไลด์
- มาแน่…น้องม่วง NEW MG URBAN หลัง เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) คอนเฟิร์ม! พร้อมเดินสายการผลิตและเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เร็ว ๆ นี้
- ZONTES 150X เปิดราคาช็อกไพรส์! 74,800 บาท พร้อมเขย่าวงการสกู๊ตเตอร์เมืองไทยด้วยเฟรมอลูมิเนียมครั้งแรกของโลกในคลาส AT 150 พร้อม Lifetime Warranty
- ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ตอกย้ำแนวคิดการขับขี่สมรรถนะสูงอย่างมีวินัย,ทักษะและปลอดภัย ในกิจกรรม Track Xperience 2026 & CBR Trophy 2026 เพื่อยกระดับทักษะนักขี่ไทย
- ยามาฮ่า ส่งแคมเปญ All Member “คุ้มค่า ล่าดาว” แลกรับส่วนลดซื้อรถจักรยานยนต์และอะไหล่ตกแต่งหรือเครื่องแต่งกาย สำหรับสมาชิก All Member
- ฮอนด้าผนึกเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เดินเกม Smart in Motion-สมาร์ต ก้าวล้ำ ทุกความเคลื่อนไหว ยกระดับแบรนด์และประสบการณ์ลูกค้าครบวงจร
- ยามาฮ่าอะไหล่แท้แจกจริงปี 14 แจก YAMAHA PG-1 3 คัน พร้อมของรางวัลรวม 243 รางวัล มูลค่ากว่า 1.7 ล้านบาท ถึง 30 พ.ย. 2569
Author: ท่านผู้เจริญ
โตโยต้า ร่วมมือทางเศรษฐกิจญี่ปุ่น-ไทย มอบรถยนต์ ชิ้นส่วน เครื่องยนต์ รวม 13 รายการ แก่สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น นายชิเกรุ ฮายาคาวะ ประธานกรรมการสมาคมความร่วมมือทางเศรษฐกิจญี่ปุ่น-ไทย และรองประธานกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วย นายโนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมเป็นเกียรติในเพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอนแก่สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ประกอบไปด้วย รถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ไฮบริด(HEV) และรถยนต์พลังงานแบตเตอรี่ไฟฟ้า(BEV) ตลอดจนเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพสู่ภาคการผลิตและบริการ ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าที่ต้องการใช้รถยนต์ที่มีเทคโนโลยีหลากหลาย รถยนต์ 3 คัน ประกอบไปด้วย รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ไฮบริด(HEV) โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส รุ่นพรีเมี่ยม , รถกระบะเครื่องยนต์ดีเซล โตโยต้า ไฮลักซ์ แชมป์ และ รถยนต์พลังงานแบตเตอรี่ไฟฟ้า(BEV) โตโยต้า bZ4x ชิ้นส่วนรถยนต์ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยในตัวรถทั้งเรื่องความปลอดภัยรวมถึงเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า เช่น เทคโนโลยีไฮบริดล่าสุด, ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense, แบตเตอรี่ไฟฟ้าและมอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องมือ รวมทั้งสิ้น 9 ชิ้น เครื่อง Road Simulation Vibration Testing 1 เครื่อง
OMODA JAECOO ได้รับอนุมัติจาก บีโอไอ เตรียมจำหน่ายรถไฟฟ้า 100% พร้อมกางแผนลงทุนตั้งฐานผลิตรถไฟฟ้าในปี 2568 OMODA & JAECOO (Thailand) ภายใต้ Chery Automobile ได้เข้าพบสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นกับบีโอไอถึงความคืบหน้าแผนการลงทุนก่อสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทย ที่จะเกิดขึ้นในปี 2568 โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ตั้งเป้าหมายมุ่งยกระดับให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถพวงมาลัยขวาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการลงทุนจัดตั้งโรงงานฯ กล่าวนี้ ในเฟสแรกจะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบแบตเตอรี่ (BEV) และไฮบริด (HEV) ได้ประมาณ 50,000 คันต่อปี ในเฟสที่สอง ภายในปี 2571 จะขยายกำลังการผลิตประมาณ 80,000 คันต่อปี เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียน ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง โครงการดังกล่าวนี้ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในกิจการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า
New Honda Monkey 3 เฉดสีใหม่ มาพร้อมคอนเซ็ปต์ ‘ซนสุดให้หลุดโลก’ ถ่ายทอด DNA ความซนของ Z50M ที่มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1967 ดีไซน์ตัวถังน้ำมันสีโมโนโทนเพิ่มความโดดเด่นและความซนเข้าคู่กับตัวเฟรมที่มามิกซ์แอนด์แมทช์ให้ความเท่ตัดกับสีสันสดใส ลงตัวคู่กับเบาะหนังสีดำ ดีไซน์ไฟหน้าทรงกลมให้ความคลาสสิก ไฟ FULL LED รอบคัน รวมถึงหน้าจอเรือนไมล์ LCD METER แบบดิจิทัล ที่มาพร้อมกับลูกเล่นกราฟิกเจ้าลิงสุดซ่า พร้อมให้เป็นเจ้าของความซนได้แล้ววันนี้ New Honda Monkey มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 125 ซีซี ระบบเกียร์ 5 สปีด และสวิงอาร์ม โช้คอัพหน้าแบบกลับด้าน พร้อมให้ออกไปซ่าสุดในทุกเส้นทาง วางจำหน่าย 3 เฉดสีใหม่ ‘สีขาว-แดง (White-Red)’ ‘สีขาว-เทา (White-Gray)’ และ ’สีดำ (Black)’ ในราคาแนะนำ 99,700 บาท ที่ CUB House Flagship Store ทั้ง 15 สาขา และ CUB House Corner ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ
รู้จักกับ เทคโนโลยี “BYD Blade Battery” ที่เป็นเสมือนหัวใจของรถยนต์พลังงานใหม่ของ BYD ที่ทั้งโดดเด่นและเหนือกว่า BYD ให้ความสำคัญในด้านการวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมแบตเตอรี่ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะด้วยตนเองเป็นอย่างมาก เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ใช้ผลิตภัณฑ์รถยนต์พลังงานใหม่ของ BYD จะได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่ดีและปลอดภัยตลอดการเดินทาง “BYD Blade Battery” เทคโนโลยีแบตเตอรี่เอกสิทธิ์เฉพาะของ BYD ที่ช่วยลดข้อจำกัดของแบตเตอรี่รถยนต์พลังงานใหม่แบบเดิมๆ และเสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ชื่อของ Blade Battery นั้นได้มาจากการออกแบบเซลล์ของแบตเตอรี่ให้มีลักษณะคล้ายใบมีด จัดวางเรียงกันในรูปแบบที่ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้ทนต่อความร้อนสูง ไม่ไวต่อการติดไฟ เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป BYD Blade Battery ยังผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดด้วยวิธีเจาะทะลุ (Nail Penetration Test) ซึ่งก็คือการใช้ตะปูเจาะทะลุกลางเซลล์แบตเตอรี่เพื่อให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรส่งผลให้ความร้อนสะสมเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่เกิดการลุกไหม้ และอุณหภูมิพื้นผิวของเซลล์แบตเตอรี่อยู่ที่ประมาณ 30-60 องศาเซลเซียสเท่านั้น การพัฒนา BYD Blade Battery ยังคงมีความแข็งแกร่งและคงทน ซึ่งจากการทดสอบนั้นจะสามารถรับแรงกดได้ถึง 445 กิโลนิวตัน (kN) หรือเทียบเท่ารถบรรทุกที่หนัก 45 ตัน มีความปลอดภัยที่ถือว่าเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดของเทคโนโลยีแบตเตอรี่รถยนต์พลังงานใหม่ YD Blade Battery ที่มีรูปแบบการออกแบบการจัดวางอย่างมีประสิทธิภาพทำให้ในพื้นที่ที่จำกัดสามารถที่จะรองรับความจุของเซลล์แบตเตอรี่ได้มากกว่าทำให้ความจุของแบตเตอรี่สามารถมีความจุที่มากกว่าในพื้นที่ที่จำกัดหากเทียบกับแบตเตอรี่ของรถยนต์พลังงานใหม่อื่นๆ เทคโนโลยี Cell to Pack (CTP) เป็นพื้นฐานแล้วนั้น ยังคงมีความยีดหยุ่นในการต่อยอดการพัฒนาการใช้งานเป็นเทคโนโลยี Cell to Body (CTB) ช่วยในเรื่องของการใช้พื้นที่และการจัดการน้ำหนักรถ นอกเหนือจากนั้นยังเสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างรถยนต์ให้มีความแข็งแกร่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงให้รถมีความสมดุลซึ่งจะช่วยเสริมในด้านของประสิทธิภาพในการควบคุมรถยนต์ให้มีความมั่นคงและมั่นใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เดินหน้าต่อสัญญา 10 ปี ขยายฐานการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในไทย พร้อมส่งมอบเซลล์แบตเตอรี่ให้ สวทช. นำไปวิจัยด้านพลังงาน บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศลงนามต่อสัญญาว่าจ้างกับ บริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด เป็นระยะเวลา 10 ปี ในฐานะพันธมิตรระยะยาวที่มีบทบาทในการประกอบรถยนต์และผลิตแบตเตอรี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ส่งมอบเซลล์แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน (Cellblocks) ขนาด 2 MWh ซึ่งรวบรวมมาจากแบตเตอรี่แรงดันสูงที่ใช้ทดสอบในกระบวนการผลิต ให้กับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการศึกษาวิจัย สำหรับก้าวต่อไปในการขยายกำลังการผลิตของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงได้ดำเนินการต่อสัญญาว่าจ้างบริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด ให้เป็นผู้ประกอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในประเทศไทย ต่อไปเป็นระยะเวลาอีก 10 ปี โดยมีจุดมุ่งหมายร่วมกันในการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการผลิตและการประกอบรถยนต์ที่มีมาตรฐานระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย และ บริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ 2522 ซึ่งร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ของรถยนต์ลักชัวรี่ที่อยู่คู่กับคนไทยอย่างยาวนาน ผ่านการผสานความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงกรรมวิธีการผลิตที่มีมาตรฐานระดับโลกจากเมอร์เซเดส-เบน ปัจจุบันมีรถยนต์กว่า 13 รุ่น ที่ถูกผลิตขึ้นในโรงงานแห่งนี้ ได้แก่ A-Class, C-Class, E-Class, S-Class, GLA, GLC, GLE, GLS, C-Coupe, GLC-Coupe, CLS, Maybach S-Class, และ EQS โดยมีการเฉลิมฉลองการประกอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ คันที่ 200,000 ไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
รู้จัก DM-i Super Hybrid ใน BYD SEALION6 เอกสิทธิ์เฉพาะจาก BYD ที่ทำให้ เจนเนอเรชั่นเกือบล่าสุดที่ส่งมาขายไทย BYD SEALION6 ขุมกำลัง PHEV หรือที่ค่ายเรียกว่า DM-i Super Hybrid ใน BYD SEALION 6 DM-i เอสยูวีขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด 1.5 ลิตร ที่ใช้แพลตฟอร์ม DM-i เทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะจาก BYD มอบประสบการณ์ขับขี่ได้เสมือนรถยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยี DM-i Super Hybrid เป็นเทคโนโลยีระบบพลังงานและชุดควบคุมการทำงานของรถยนต์ประเภท PHEV เอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ BYD ประสานขุมพลัง 2 รูปแบบ คือมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ พัฒนาภายใต้การขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ขุมกำลังขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่สามารถรองรับการสร้างพลังงานด้วยการชาร์จไฟทั้งในรูปแบบกระแสตรง DC และ การแสสลับ AC จากภายนอก การสร้างพลังงานจากเครื่องยนต์ก็จะเป็นส่วนเสริมในการสร้างพลังงานหลักเพื่อการขับเคลื่อนให้กับ “มอเตอร์ไฟฟ้า” เมื่อต้องการสร้างพลังงานสูงสุดเพื่อการขับเคลื่อนอย่างเต็มประสิทธิภาพ “เครื่องยนต์” จะสร้างพลังงานเสริมการขับขี่ เช่น การเร่งความเร็วกะทันหัน การแซง การขึ้นเนินสูง การขับขี่ทางไกลที่ใช้ความเร็วคงที่ เป็นต้น เทคโนโลยี DM-i Super Hybrid ถือเป็นการพัฒนาภายใต้สถาปัตยกรรม DM พลังงานขับเคลื่อนเทคโนโลยีรูปแบบ Plug-In Hybrid เจนเนอเรชันที่ 4 ซึ่งทีมพัฒนาของ BYD (ปัจจุบันในจีนเป็นเจนฯ 5) จะขับเคลื่อนสภาวะขับเคลื่อน Hybrid รูปแบบต่างๆ ตามสถานการณ์ ดังนี้ EV Mode: โหมดการขับเคลื่อนโดยใช้ไฟฟ้า โดยเป็นการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเป็นหลัก ซึ่งมีการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แรงดันสูง เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและไร้เสียงรบกวนเสมือนกับการขับยานยนต์ไฟฟ้า 100% Series Mode: หรือโหมด HEV แบบอนุกรม เป็นโหมดการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่กำลังการขับเคลื่อนของมอเตอร์ไฟฟ้าจะถูกสร้างพลังงานจากเครื่องยนต์ที่มีการเดินเครื่องที่เรียบเนียนจึงทำให้การสร้างพลังงานไร้รอยต่อและสร้างสรรค์การขับเคลื่อนให้มีความนุ่มนวล และด้วยการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลักจึงทำให้การขับเคลื่อนนั้นเสมือนยนตกรรมไฟฟ้ามากที่สุด Parallel Mode: หรือโหมด HEV แบบขนาน ซึ่งเป็นโหมดการขับเคลื่อนที่มอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ประสานการทำงานกันแบบเต็มกำลัง จึงส่งมอบประสิทธิภาพในด้านพละกำลังการขับขี่ที่ดีที่สุด มักจะถูกใช้ในช่วงที่ใช้กำลังขับเคลื่อนสูง เช่น การเร่งแซง การขึ้นเขา เป็นต้น เทคโนโลยี DM-i ได้รับการพัฒนาให้ขับเคลื่อนด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก และด้วยขนาดของแบตเตอรี่ที่ออกแบบมาให้เพียงพอและเหมาะสมต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ก็จะทำให้ขับขี่ได้โดยไม่สร้างมลพิษทางอากาศเลยแม้แต่น้อย เสมือนใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% หากขับขี่ขณะที่แบตเตอรี่มีพลังงานคงเหลือต่ำ (Low SOC หรือแบตเตอรี่น้อยกว่า 25%) ระบบก็จะยังคงใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเป็นหลัก โดยใช้วิธีสร้างพลังงานจากเครื่องยนต์และส่งต่อมาที่มอเตอร์ไฟฟ้า เมื่อระบบมีพลังงานไฟฟ้าที่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนแล้ว เครื่องยนต์ก็จะหยุดทำงาน
ตะลุยทุกเส้นทาง กับรถจักรยานยนต์แอดเวนเจอร์ Tiger 900 GT Pro และ Tiger 900 Rally Pro รุ่นใหม่ล่าสุด จากไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ Tiger 900 GT Pro Adventure ขนาดกลางที่เน้นการใช้งานบนถนนเป็นหลัก เครื่องยนต์สามสูบ 900 ซีซี เพลาข้อเหวี่ยงแบบ T-Plane ที่ยืดหยุ่น จึงให้พละกำลังระดับแนวหน้าที่ 108 แรงม้า เพิ่มขึ้น 13% ส่งกำลังที่ทำได้อย่างนุ่มนวลในรอบกลาง อีกทั้งตำแหน่งการขับขี่ที่แสนสะดวกสบาย ล้ออะลูมิเนียมหล่อน้ำหนักเบา ระบบกันสะเทือนหลังแบบไฟฟ้าช่วยมอบสมรรถนะ และการบังคับรถที่เน้นการใช้งานบนท้องถนนระดับแนวหน้าของคลาส มั่นใจกับ 5 โหมดการขับขี่ ได้แก่ Rain, Road, Sport, Off-road และ Rider configurable Tiger 900 Rally Pro ยกระดับมาตรฐานของกลุ่มรถจักรยานยนต์ Adventure ขนาดกลางไปอีกขั้น เครื่องยนต์สามสูบ 900 ซีซี ให้พละกำลังที่ 108 แรงม้า เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมถึง 13% มอบความเร้าใจ แต่ยังคงควบคุมได้ง่ายสำหรับการใช้งานทั้งบนถนน และบนทางวิบาก ด้วยโหมดขับขี่ 6 โหมด โดยเพิ่มเติมด้วยโหมด Off-Road Pro เพื่อการผจญภัยแบบสุดขั้ว เบาะนั่งที่สามารถปรับความสูงได้ 20 มม. และปลอกมือปรับอุณหภูมิไฟฟ้า ระบบกันสะเทือนสุดพรีเมียมที่มีระยะยุบตัวสูงจาก Showa ช่วยมอบความมั่นใจและความมั่นคงในการบังคับรถบนทุกสภาพพื้นผิว โครงรถที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานบนทางวิบากโดยเฉพาะ รับประกันคุณภาพ Triumph Warranty 2 ปีแบบไม่จำกัดระยะทาง และช่วงเวลาการเข้ารับบริการเช็คระยะที่สูงถึง 10,000 กิโลเมตร หรือ 12 เดือน ตลอดจนฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง (Triumph Roadside Assistance) เป็นระยะเวลา 2 ปี
โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ผลิตรถยนต์ มาสด้า และ ฟอร์ด ครบ 4 ล้านคัน มีกำลังการผลิตสูงถึง 270,000 คันต่อปี โรงงานเอเอทีเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย จากการร่วมทุนระหว่าง มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นศูนย์กลางการผลิตรถปิกอัพขนาด 1 ตัน สำหรับจำหน่ายภายในประเทศไทยและส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก และในปี พ.ศ. 2550 เริ่มมีการผลิตรถยนต์นั่งสำหรับมาสด้า ทำให้ปัจจุบันมีมูลค่าการลงทุนร่วมกันของทั้ง 2 บริษัทฯ มีมูลค่าสูงถึง 2,162 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 79,000 ล้านบาท ปัจจุบันโรงงานเอเอทีมีกำลังการผลิตรถเพื่อการพาณิชย์และรถยนต์นั่งรวมกันทั้งสิ้น 270,000 คันต่อปี โดยผลิตเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปทั่วโลกกว่า 171 ประเทศ สัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 65% ส่วนรถที่ผลิตในปัจจุบัน ได้แก่ มาสด้า2 มาสด้า3 มาสด้า CX-3 มาสด้า CX-30 ฟอร์ด เรนเจอร์ และเอเวอเรสต์ โดยตลาดหลักที่มียอดส่งออกมากที่สุดคือประเทศออสเตรเลีย
เปิดตัว 2024 BMW F900XR แอดเวรเจอร์สองสูบทางเรียบ สีใหม่ ด้วยสมรรถนะโฉบเฉี่ยว ตำแหน่งการขับขี่ี่แบบนั่งตรงสไตล์ GS ความสะดวกสบายในการขับขี่ระยะไกล BMW F900XR เปิดตัวสีใหม่สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ด้วยสีตัวถังภายนอกสีน้ำเงิน Racing Blue Metallic ราคาจำหน่าย: 599,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) BMW F900XR ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 895 ซีซี พร้อมองศาการจุดระเบิดที่ 270/450 องศา ระบายความร้อนด้วยน้ำ ส่งพละกำลัง 73 กิโลวัตต์ (99 แรงม้า) ที่ 8,500 รอบต่อนาที ให้แรงบิด 88 นิวตันเมตร ที่ 6,750 รอบต่อนาที ให้ความเร็วสูงสุดมากกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 4.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร โหมดการขับขี่ ‘Rain’ และ ‘Road’ รวมทั้ง Riding Modes Pro ประกอบด้วย ‘Dynamic’ และ ‘Dynamic Pro’ ระบบ ABS Pro ช่วยให้ควบคุมมอเตอร์ไซค์ได้อย่างแม่นยำในทุกสถานการณ์การขับขี่ พร้อมระบบ Dynamic Traction Control (DTC) ระบบ Dynamic Brake Control (DBC) ระบบ Dynamic ESA และ ระบบตรวจสอบความดันลมยาง (RDC) นอกจากนั้น ระบบช่วยเปลี่ยนเกียร์ Gear Shift Assistant Pro ยังช่วยให้สามารถเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงได้เกือบทุกช่วงน้ำหนักบรรทุกและช่วงความเร็วรอบเครื่องยนต์โดยไม่ต้องควบคุมคลัตช์ มาพร้อมถังน้ำมันขนาด 15.5 ลิตร ระบบไฟหน้า LED ที่ปรับองศาตามการเลี้ยวโค้ง (Adaptive Cornering Light) พร้อมระบบ Headlight Pro หลอดไฟทั้งหมดเป็นแบบ LED ที่ได้รับการติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ชุดแฟริ่งด้านหน้าที่มาพร้อมกระจกกันลมปรับระดับได้มอบทั้งลุคสปอร์ตและการป้องกันให้แก่ผู้ขับขี่ F 900 XR ยังมีหน้าจอ TFT สีขนาด 6.5 นิ้วและระบบเชื่อมต่อ BMW ConnectedRide เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ฟีเจอร์ดังกล่าวช่วยให้นักบิดสามารถคุยโทรศัพท์ ฟังเพลง หรือใช้งานระบบนำทางได้อย่างสะดวกในขณะขับขี่
Triumph Trident 660 Triple Tribute Special Edition รุ่นใหม่ ราคา 319,000 บาท กราฟิกร่วมสมัยสีขาว น้ำเงิน และแดง Trident 660 รุ่นพิเศษสุดโดดเด่น ที่มาพร้อมกราฟิกร่วมสมัยแบบไดนามิก มีระบบ Triumph Shift Assist และ Bluetooth connectivity ติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน กราฟิกร่วมสมัยของรูปแบบสไตล์การแข่งขันที่เน้นการใช้สีขาว น้ำเงิน และแดง อันเป็นเอกลักษณ์ของไทรอัมพ์ และสะดุดตาด้วยกราฟิกตัวเลข ’67’ อันโดดเด่น ซึ่งครั้งหนึ่งเคยประดับอยู่บนรถจักรยานยนต์ไทรเดนท์ ‘Slippery Sam’ เพิ่มระบบ Triumph Shift Assist ในขณะที่โมดูลบลูทูธช่วยให้ผู้ขับขี่เชื่อมต่อระบบ My Triumph Connectivity ชิลด์หน้าและแผงใต้ท้องเครื่องที่สีเข้าชุดกันเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ช่วยเพิ่มคุณลักษณะเฉพาะตัวให้กับสไตล์อันโดดเด่นของ Trident เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 81 แรงม้า ที่ 10,250 รอบต่อนาที พร้อมการส่งผ่านราบรื่น รวมถึงให้แรงบิดสูงสุด 64 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบต่อนาที เพิ่มเติมด้วยการเพิ่ม Triumph Shift Assist Quickshifter นี้ช่วยให้สามารถเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงโดยไม่ต้องใช้คลัตช์ และมีระบบ autoblipper เมื่อเปลี่ยนเกียร์ลง เพื่อความรวดเร็วและราบรื่นยิ่งขึ้น บาะนั่งสูง 805 มม. และน้ำหนักเปียกต่ำเพียง 189 กก. โช้คหัวกลับ Showa สีดำที่ให้ระยะยุบตัวของล้อหน้า 120 มม. และโช้คหลัง RSU แบบโมโนช็อคของ Showa รองรับการปรับตั้งค่าพรีโหลด พร้อมลิงค์เกจ (Linkage) ซึ่งมีระยะยุบตัวของล้อหลังที่ 133.5 มม. เบรก Nissin สองลูกสูบพร้อมดิสก์เบรกคู่ขนาด 310 มม. และยาง Michelin Road 5 ล้อสปอร์ตอะลูมิเนียมหล่อน้ำหนักเบาขนาด 17 นิ้ว แซสซีโครงเหล็ก Tubular ที่ได้รับการออกแบบโดยเฉพาะของรุ่น Trident คุณลักษณะเฉพาะ เครื่องยนต์และการส่งกำลัง ประเภทเครื่องยนต์ เครื่องยนต์ 3 สูบแถวเรียงแบบ DOHC 12 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยของเหลว ประมาตรกระบอกสูบ 660 ซีซี ขนาดกระบอกสูบ 74.0 มิลลิเมตร ระยะชัก 51.1 มิลลิเมตร อัตราส่วนการอัด 11.95:1 กำลังสูงสุด 81 แรงม้า / 80 bhp (60 kW) ที่ 10,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 64 นิวตันเมตร (47 lbft) ที่ 6,250 รอบต่อนาที ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ต่อเนื่องหลายจุด มาพร้อมการควบคุมคันเร่งแบบอิเล็กทรอนิกส์ ท่อไอเสีย ท่อไอเสียสแตนเลสเข้า 3 รวมเป็น 1 มาพร้อมกับท่อเก็บเสียงด้านข้างทำจากสแตนเลส ชุดขับท้าย โซ่ X-ring คลัตช์ ชุดคลัตช์แบบเปียกซ้อนหลายแผ่น มาพร้อมกับระบบคลัตช์ช่วยผ่อนแรง Slip & Assist กระปุกเกียร์ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด โครงรถ เฟรม โครงรถเหล็กกล้า Tubular สวิงอาร์ม สวิงอาร์มคู่ ล้อหน้า อะลูมิเนียมหล่อ 17 x…
