- มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ด้วยยอดขายอันดับ 1 พร้อมคว้า Thailand’s Most Admired Brand 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
- ZEEKR เดินหน้าปักธง Premium EV Ecosystem ในไทย พร้อมขยาย ZEEKR House ทุกภูมิภาค หลัง ZEEKR 009 ทำยอดขายติด Top 3 ตลาดรถเอ็มพีวีไฟฟ้าประตูสไลด์
- มาแน่…น้องม่วง NEW MG URBAN หลัง เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) คอนเฟิร์ม! พร้อมเดินสายการผลิตและเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เร็ว ๆ นี้
- ZONTES 150X เปิดราคาช็อกไพรส์! 74,800 บาท พร้อมเขย่าวงการสกู๊ตเตอร์เมืองไทยด้วยเฟรมอลูมิเนียมครั้งแรกของโลกในคลาส AT 150 พร้อม Lifetime Warranty
- ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ตอกย้ำแนวคิดการขับขี่สมรรถนะสูงอย่างมีวินัย,ทักษะและปลอดภัย ในกิจกรรม Track Xperience 2026 & CBR Trophy 2026 เพื่อยกระดับทักษะนักขี่ไทย
- ยามาฮ่า ส่งแคมเปญ All Member “คุ้มค่า ล่าดาว” แลกรับส่วนลดซื้อรถจักรยานยนต์และอะไหล่ตกแต่งหรือเครื่องแต่งกาย สำหรับสมาชิก All Member
- ฮอนด้าผนึกเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เดินเกม Smart in Motion-สมาร์ต ก้าวล้ำ ทุกความเคลื่อนไหว ยกระดับแบรนด์และประสบการณ์ลูกค้าครบวงจร
- ยามาฮ่าอะไหล่แท้แจกจริงปี 14 แจก YAMAHA PG-1 3 คัน พร้อมของรางวัลรวม 243 รางวัล มูลค่ากว่า 1.7 ล้านบาท ถึง 30 พ.ย. 2569
Author: ท่านผู้เจริญ
ลองขับ MG3 HYBRID+ กับราคาคาดเริ่ม 6.x วันนี้มาลองตัวท็อปออปชั่นครบ เสียดายที่ขาด BSM ไป ไม่งั้นละก็กิน City e:HEV ขาดแน่ๆ เพราะแค่เรื่องการขับขี่ เก็บเสียง อัตราเร่ง ก็ถือว่ามีดีพอตัวเลย
‘ซูซูกิ’ จัดแคมเปญสุดคุ้ม “SUZUKI WORRY FREE โปรแกรมดีโดนใจ มอบความมั่นใจให้คุณ” จองและซื้อ SWIFT ทุกรุ่น ฟรี! บำรุงรักษาและค่าแรง นาน 7 ปี ฟรี! รับประกันคุณภาพรถยนต์ 7 ปี ฟรี!บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 7 ปี ผ่อนเพียง 5,780 บาท นานสุงสุด 99 เดือน บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นต่อลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง จัดแคมเปญพิเศษ สำหรับลูกค้า SUZUKI SWIFT จองและซื้อรถรับฟรี! บำรุงรักษารถรวมค่าแรงระยะเวลานาน 7 ปี ฟรี! รับประกันคุณภาพรถยนต์ 7 ปี ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 7 ปี พร้อมผ่อนเริ่มต้น 5,780 นานสูงสุด 99 เดือน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2567 ลูกค้าสามารถเลือกรับข้อเสนอสุดคุ้ม ผ่อนง่าย จ่ายสบายมากกว่าที่เคย โดยสามารถเลือกรับข้อเสนอผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ SUZUKI SWIFT ฟรี ค่าบำรุงรักษารถรวมค่าแรง 7 ปี ฟรี รับประกันคุณภาพรถยนต์ 7 ปี ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 7 ปี เริ่มตั้งแต่วันนี้ 1 สิงหาคม – 31 สิงหาคม 2567 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ SUZUKI SWIFT ฟรี ค่าบำรุงรักษารถรวมค่าแรง 7 ปี ฟรี รับประกันคุณภาพรถยนต์ 7 ปี ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน…
นายสิริวิทย์ ปรีชาศุทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนองค์กร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา ร่วมเปิดงาน “Toyota Green Town Sing in Harmony with Nature” ขับขานบทเพลง สู่ธรรมชาติยั่งยืน ณ สวนสาธารณะวังหน้า โตโยต้า เมืองสีเขียว อยุธยา กิจกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และเทศบาลพระนครศรีอยุธยา เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแก่สังคมไทย ผ่านการดำเนินกิจกรรมต่างๆภายใต้แนวคิด“โตโยต้า เมืองสีเขียว เพื่อธรรมชาติ เพื่อทุกชีวิต” เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของโตโยต้าในการสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมยั่งยืน และการพัฒนาชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สะท้อนการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพร่วมกับธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญของโตโยต้า ในการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมแก่สังคมไทย เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างยั่งยืนร่วมกัน ผ่านการผสมผสานศิลปะด้านดนตรีที่เยาวชนให้ความสนใจ ควบคู่ไปกับการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การอนุรักษ์น้ำ การเดินทางอย่างยั่งยืน การใช้พลังงานทางเลือก และการจัดการขยะ โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การแสดงความสามารถทางดนตรีจากกลุ่มนักเรียน และศิลปินชื่อดัง การเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ภายในโตโยต้า เมืองสีเขียว อยุธยา รวมทั้งการจำหน่ายสินค้าจากชุมชน ซึ่งงานนี้จะจัดขึ้นทั้งหมด 4 ครั้ง ครั้งที่ 1: วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม 2567 พบกับวง Paper Planes ครั้งที่ 2: วันศุกร์ ที่ 13 กันยายน 2567 พบกับวง Asia7 ครั้งที่ 3: วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน 2567 พบกับวง Tilly Birds ครั้งที่ 4: วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม…
Speed Twin 900 และ Speed Twin 1200 DNA ดีไซน์ต้นแบบโมเดิร์น คลาสสิก อัดแน่นเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่พร้อมส่งมอบประสบการณ์ในการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ Speed Twin 900 รถจักรยานยนต์โมเดิร์น คลาสสิกขนานแท้อย่างมีสไตล์ Speed Twin 900 เป็นรถจักรยานยนต์โมเดิร์น คลาสสิก ที่ไทรอัมพ์ได้ฟื้นฟูตำนานให้กลับมาสร้างความตื่นเต้นบนท้องถนนอีกครั้ง มาพร้อมคุณลักษณะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซุ่มเสียงสุดโดดเด่น สไตล์การแต่งคัสตอมแบบท้ายเปลือย และประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและสะดวกสบาย ซึ่งได้ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ตั้งแต่เบาะนั่งไปยังแฮนด์จับที่ดียิ่งขึ้น ด้านเครื่องยนต์ Bonneville สูบคู่ขนาด 900 ซีซี ให้แรงบิดสูงสุด 80 นิวตันเมตร ที่ 3,800 รอบต่อนาที พร้อมกำลัง 65 แรงม้า ที่ 7,500 รอบต่อนาที ส่งผลให้มีอัตราเร่งที่รวดเร็วในพื้นที่เขตเมือง แต่ยังเหมาะสำหรับการเดินทางระยะไกล ทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัย อาทิ โหมดการขับขี่ Road และ Rain ระบบควบคุมการยึดเกาะถนนแบบเปิดปิดได้ ระบบ ABS ระบบคลัตช์ช่วยผ่อนแรง และระบบป้องกันการโจรกรรมซึ่งซ่อนอยู่ภายในกุญแจ รวมทั้งช่องชาร์จไฟ USB ใต้เบาะนั่ง ระยะห่างระหว่างการซ่อมบำรุงแต่ละรอบที่นานถึง 16,000 กม. ดังนั้นผู้ขับขี่จึงใช้งาน Speed Twin 900 ได้อย่างอุ่นใจ ภายใต้ค่าบำรุงรักษาที่ต่ำ ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ Speed Twin 900 จึงเป็นรถจักรยานยนต์โมเดิร์น คลาสสิกที่ตอบสนองความต้องการของทั้งผู้ขับขี่มือใหม่และมืออาชีพด้วยความทันสมัย ขี่สนุก ขี่ง่าย และสุดคุ้มค่า ตามแบบฉบับของไทรอัมพ์ โดย Speed Twin 900 ราคา 407,000 บาท มี 5 สีให้เลือก ได้แก่ สี Jet Black, สี Carnival Red / Phantom Black, สี Competition Green / Phantom Black, สี Matt Silver Ice และรุ่นที่มาพร้อมสีสุดพิเศษ Stealth Edition – Sapphire Green…
Nissan Honda Mitsubishi ลงนามบันทึกความเข้าใจสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ประกาศร่วมกันว่า ทั้ง 3 บริษัทได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมกันศึกษากรอบความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะและเทคโนโลยียานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า นิสสัน และ ฮอนด้า กำลังร่วมกันเร่งมือริเริ่มโครงการต่างๆ ที่มุ่งสู่เป้าหมายในด้านความเป็นกลางทางคาร์บอนและสร้างสรรค์สังคมที่มีอุบัติ เหตุจราจรเป็นศูนย์ โดยมุ่งหวังว่าจะสามารถร่วมมือกันพัฒนาในด้านเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีการใช้พลังงานไฟฟ้า และการพัฒนาด้านซอฟต์แวร์ เพื่อเร่งกระบวนการดังกล่าว จึงจำเป็นต้องสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ ด้วยการผสานรวมเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่แต่ละบริษัทได้พัฒนาขึ้น ควบคู่ไปกับการปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ การที่มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เข้ามาเสริมความร่วมมือบนพื้นฐานของกรอบการศึกษาที่นิสสัน และ ฮอนด้า กำลังพิจารณาร่วมกัน ไม่เพียงแต่จะเพิ่มพูนความรู้ และจุดแข็งใหม่ๆ แต่ยังสร้างพลังร่วม อันเกิดจากการร่วมมือกันของทั้ง 3 บริษัท เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ร่วมกัน
มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วย นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย และ นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ ผู้สนับสนุนรายการอย่างเป็นทางการ และผู้แทนจำหน่ายรถยนต์โตโยต้าจังหวัดภูเก็ต เปิดการแข่งขัน Toyota Gazoo Racing Thailand 2024 สนามที่ 2 ที่จัดขึ้นในวันที่ 3-4 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ สวนสาธารณะสะพานหิน จ.ภูเก็ต จัดเต็มกิจกรรมสุดมันส์โดนใจวัยรุ่นชาวภูเก็ตตลอดทั้งสองวัน โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และเสียงเชียร์ของผู้ชมรอบสนาม นายศุภกร รัตนวราหะ กล่าวเปิดการแข่งขันว่า “ขอขอบคุณทางจังหวัด หน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่น ห้างร้าน รวมทั้งพี่น้องชาวภูเก็ตทุกท่านที่ให้การต้อนรับ เข้าร่วมกิจกรรม และสนับสนุนเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ปีนี้เป็นปีที่โตโยต้าดำเนินกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตเป็นปีที่ 38 ในประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นเพื่อสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับคนไทย” สนามภูเก็ตเป็นสนามที่ 2 ของการแข่งขันนี้ การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ One Make Race ในรุ่น ยาริส วันเมคเรซ / ยาริส เอทีฟ เลดี้ วันเมคเรซ / ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ รวมถึง โคโรลล่า อัลติส จีอาร์สปอร์ต วันเมคเรซ ตื่นเต้นเร้าใจไปกับ GR Performance Show มันส์จัดเต็มโดย นักขับระดับโลก ที่จะมาท้าทายขีดจำกัดของรถ เพราะเราเชื่อว่า สภาพแวดล้อมที่สุดขีดของมอเตอร์สปอร์ต คือสนามที่ “เมื่อรถลงแข่ง เกิดปัญหา มีการพัฒนาแก้ไขปรับปรุง จนเป็นรถที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม ซึ่งล้วนส่งเสริมให้โตโยต้าพยายามสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า หรือ Make Ever-Better Car นอกจากนี้ท่านจะได้เห็นความมุ่งมั่นสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยใช้เชื้อเพลิงทางเลือก Carbon Neutral Fuel ผ่านกีฬามอเตอร์สปอร์ตจาก ยาริส ที่ขับโดย อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ป๊ายปาย โอริโอ้ และยาริส เอทีฟ ที่ขับโดย มิย่า พิชชา ทองเจือ
ปอร์เช่ ประเทศไทยนำเสนอรถมาคันน์ 4 The New All- Electric Macan ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้านี้ ผสมผสานสมรรถนะอันน่าตื่นตาเข้ากับการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่ (Porsche) ตามรอยไทคานน์ (Taycan) และพิสัยการเดินทางสูงสุดถึง 613 กิโลเมตรในมาตรฐาน WLTP Macan 4 สร้างพละกำลังสูงสุด 300 กิโลวัตต์ (408 แรงม้า) ด้วยพลังโอเวอร์ บูส และแรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร เร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 5.2 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับผู้ที่ชื่อนชอบและต้องการสมรรถนะที่สูงขึ้น เราขอนำเสนอ มาคันน์ เทอร์โบ (Macan Turbo) ที่มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 470 กิโลวัตต์ (639 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 1,130 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ภายใน 3.3 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนซึ่งติดตั้งอยู่ที่ตัวถังด้านล่าง มีความจุพลังงานรวม 100 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งสามารถใช้งานได้สูงสุดถึง 95 กิโลวัตต์ชั่วโมงเป็นส่วนประกอบหลักของแพลตฟอร์มไฟฟ้าระดับพรีเมียม (PPE) ที่พัฒนาขึ้นใหม่พร้อมรองรับกำลังไฟฟ้าถึง 800 โวลต์ ซึ่งปอร์เช่(Porsche) นำใช้เป็นครั้งแรกในมาคันน์ (Macan) ใหม่นี้ ชาร์จไฟฟ้ากระแสตรงหรือ DC ได้สูงสุด 270 กิโลวัตต์ ชาร์จแบตเตอรี่จาก 10% ถึง 80% ภายในเวลาประมาณ 21 นาที สำหรับสถานีชาร์จ 400 โวลต์ รถสามารถแบ่งแบตเตอรี่ 800 โวลต์ ออกเป็นสองส่วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการชาร์จ ทำให้สามารถชาร์จไฟได้สูงสุด 135 กิโลวัตต์ นอกจากนี้ ยังสามารถชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC)…
5 จุดต่าง ORA 07 LONG RANGE ULTRA และ ORA 07 LONG RANGE รถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูง เป็นทางเลือกที่หลากหลายและตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้งาน ORA 07 ในปัจจุบันมีทั้งหมดถึง 3 รุ่น ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นอย่าง ORA 07 รุ่น LONG RANGE ราคา 1,299,000 บาท สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความคุ้มค่าคุ้มราคากับระยะทางการขับขี่ที่ไกลถึง 640 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน NEDC) รุ่น LONG RANGE ULTRA ราคา 1,399,000 บาท สำหรับผู้ที่ชอบระยะทางการขับขี่ที่ไกลพร้อมความสะดวกสบายแบบจัดเต็มจากเทคโ นโลยีล้ำสมัยต่าง ๆ และรุ่น PERFORMANCE ในราคา 1,499,000 บาท สำหรับ ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA มี 5 ความต่างที่อัปเกรดจากรุ่น LONG RANGE เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกโดดเด่น และแตกต่างอย่างมีสไตล์ ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA เพิ่มความสะดวกสบายขั้นสุดด้วยเบาะนั่งคนขับพร้อมระบบจดจำตำแหน่งอย่าง Memory Seat และ Welcome Seat อำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ในการขึ้นและลงจากรถได้ อีกทั้งยังมีระบบเบาะนวดไฟฟ้า ลดความปวดเมื่อยและสร้างความเพลิดเพลินและผ่อนคลายไปในตัวได้เป็นอย่างดี เพิ่มความสนุกและความล้ำยิ่งกว่าเคย ด้วยลำโพง Infinity จำนวน 11 ตัว พร้อมระบบแอมพลิฟายเออร์อิสระที่ให้คุณภาพเสียงระดับสูง มอบประสบการณ์ความบันเทิงกระตุ้นโสตประสาทแบบรอบทิศทาง ยังเพิ่มฟังก์ชันหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกด้านหน้า (Head-up display) ประตูท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่หมดห่วงหากช็อปปิงจนของล้นมือ หรือสัมภาระเยอะจากการทำงาน จนทำให้ไม่สามารถใช้มือเปิดประตูท้ายรถได้ เพียงแค่ยกเท้าผ่านระบบเซนเซอร์ใต้กันชนท้าย ประตูท้ายรถก็จะทำการเปิดโดยอัตโนมัติในทันทีในระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที เพิ่มความโดดเด่นด้วยสปอยเลอร์หลังไฟฟ้าสุดไฮเทค ORA 07 ทุกรุ่นยังคงเน้นดีไซน์สปอร์ตคูเป้ ออกแบบให้โฉบเฉี่ยว โดดเด่นเหนือใคร…
โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ภายใต้ Chery Automobile ทดสอบ OMODA C5 EV บนถนนจริงทั่วไทย ระยะทาง 2,000 กิโลเมตร ตลอดการเดินทางกว่า 2,000 กิโลเมตร จากใต้จรดเหนือของรถยนต์ OMODA C5 EV เหล่านักเดินทางได้ทะลายกำแพงการขับขี่และท้าทายสมรรถนะการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าในระยะทางไกล ด้วยระยะเวลาในการชาร์จกระแสตรง DC จาก 30% เป็น 80% ในเวลาเพียง 28 นาที ซึ่งการชาร์จหนึ่งครั้งสามารถขับขี่จากหาดใหญ่ถึงนครศรีธรรมราชได้แบบไร้กังวล ดีไซน์แบบครอสโอเวอร์ถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นของรถยนต์ OMODA C5 EV ที่มาในคอนเซ็ปต์ “Light of Movement” การออกแบบภายนอกตัวรถให้เล่นแสงและเงาอย่างลงตัว ดีไซน์สุดล้ำสมัย สะท้อนตัวตนผู้ขับขี่รุ่นใหม่ที่มีสไตล์ไม่ซ้ำใครและเป็นผู้นำเทรนด์ ดีไซน์ภายในห้องโดยสาร ห้องโดยสารกระจกหน้าต่างคู่หน้าแบบลดเสียงรบกวนภายนอก กล้อง 540 องศา ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร 64 เฉดสี หน้าจอแสดงผลขนาด 24.6 นิ้วแบบทัชสกรีน ลำโพง SONY 8 ตำแหน่ง ในการเดินทางครั้งนี้ยังได้ทดลองระบบการตั้งค่าสำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet Friendly Setting) นอกจากนี้ ยังได้สัมผัสระบบความปลอดภัยจาก Euro-NCAP จัดเต็มด้วย 14 เทคโนโลยีความปลอดภัย อาทิ ระบบเตือนการออกนอกเลน (LDW) ระบบป้องกันการออกนอกเลน (LDP) ระบบตรวจสอบจุดอับสายตา (BSD) ระบบเตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) ระบบช่วยเบรกขณะถอยหลัง (RCTB) กับ 3 ฟังก์ชันระบบช่วยเหลือการขับขี่เพิ่มสะดวกสบายมากขึ้น ทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (ACC) ระบบรักษารถให้อยู่กลางเลน (ICA) และระบบช่วยเหลือการขับขี่ในสภาพความเร็วต่ำ (TJA) พร้อมด้วยระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (DMS) ทำให้การขับขี่เส้นทางถนนสายเอเชียจากใต้ขึ้นกรุงเทพเป็นไปด้วยความสะดวกสบาย และปลอดภัย
ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศความพร้อมสนับสนุนทีมฟีลลิค อินโนเวชัน มอเตอร์สปอร์ต พร้อมส่ง RANGER RAPTOR จำนวน 2 คัน ลุยศึกเอเชีย ครอส คันทรี แรลลี่ 2024 ฟอร์ดและฟีลลิค อินโนเวชัน มอเตอร์สปอร์ต ร่วมกันมุ่งมั่นพัฒนารถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 118 และหมายเลข 131 ลงแข่งรุ่น T2A หรือโปรดักชัน เอเชีย ซึ่งเป็นรุ่นสำหรับรถที่ผลิตจากโรงงานในเอเชียเช่นเดียวกับในปี 2023 “ปีนี้เรามาพร้อมความมุ่งมั่นและประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากปีที่แล้ว”คุณไมเคิล ฟรีแมน กล่าว “เรามั่นใจว่าสมรรถนะของรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ทั้ง 2 คัน และการเสริมทัพครั้งสำคัญด้วย 2 นักแข่งมากฝีมือนี้จะทำให้ทีมฟอร์ด และฟีลลิค อินโนเวชัน มอเตอร์สปอร์ต พิชิตเส้นทางที่ท้าทายในปีนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม”
