มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) เปิดสเปก All-New Mitsubishi PAJERO ที่จะประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 ตุลาคม นี้ โดยจะมากับ 3 ทางเลือก ได้แก่ GLS, GSR และ Super Exceed โดยจะมาสานต่อตำนานของ PAJERO พร้อมก้าวสู่บทใหม่ของยนตรกรรมที่สะท้อนความเป็นที่สุดของแบรนด์ Mitsubishi ซึ่งรุ่นนี้จะเป็น PAJERO เจนเนอเรชันที่ 5 แล้ว และจะผลิตขึ้นในประเทศไทย (โรงงานแหลมฉบัง) ก่อนจะส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก

All-New Mitsubishi PAJERO ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Grand Charisma” ในฐานะรถรุ่นเรือธง ผ่านสัดส่วนตัวถังที่บึกบึนที่สุดในคลาสเดียวกัน และเส้นสายรอบคันที่ทั้งโฉบเฉี่ยวและมีมิติ สะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์กระจังหน้า 2 รูปแบบ

ได้แก่ กระจังหน้าแบบ Kendo Mask สไตล์ญี่ปุ่นในรุ่น GLS และ GSR และกระจังหน้าแบบ Honeycomb ในรุ่น Super Exceed พร้อมเสริมบุคลิกให้แกร่งขึ้นด้วยชุดตกแต่งกันชนหน้าและกันชนหลัง และแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถ

ไฟหน้า-ท้ายแบบ LED จัดเรียงเป็น T-Shape พร้อมถ่ายทอดกลิ่นอายของ PAJERO รุ่น 1 ด้วยการฝังไฟหน้าและไฟตัดหมอกแบบ LED เข้าไปในตัวรถ เพิ่มความโดดเด่นด้วยไฟหน้า-ท้ายแบบ Dynamic Flow Light ทั้งยังมีระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าและไฟสูงแบบอัตโนมัติ, ไฟหน้า LED แบบปรับระดับลำแสงอัตโนมัติ, ระบบไฟส่องสว่างอัตโนมัติเมื่อปลดล็อก และระบบไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์และไฟส่องพื้น พร้อมสัญลักษณ์ PAJERO

ด้วยซุ้มล้อขนาดใหญ่ ดูลงตัวเมื่อจับคู่กับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ในรุ่น GLS ล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 20 นิ้ว ในรุ่น GSR และล้ออัลลอยสีทูโทนรมดำขนาด 20 นิ้ว ในรุ่น Super Exceed พร้อมลุยทุกสภาพเส้นทางด้วยระยะต่ำสุดถึงพื้นที่ 228 มิลลิเมตร


สำหรับสีของ All-New Mitsubishi PAJERO มีให้เลือกทั้งแบบทูโทนและโมโนโทน รวม 8 สี โดยมีสีไฮไลต์ 2 สี ได้แก่ สี Armor Copper (สีทองแดง) และสี Phantom Blue (สีฟ้าอมเทา)


ด้านการออกแบบภายในห้องโดยสาร All-New Mitsubishi PAJERO ให้ความรู้สึกไฮเอนด์ขั้นสุดด้วยโทนสีน้ำตาลอ่อน-ดำ พร้อม Ambient Light ส่วนเบาะหนังแท้ Semi-Aniline ให้ผิวสัมผัสนุ่มนวลแต่ทนทานและง่ายต่อการขจัดคราบและหนังสังเคราะห์เกรดพรีเมียม รวมถึงหลังคากระจกพาโนรามาขนาดใหญ่ที่สุดในคลาส โดยมีการนำดีเอ็นเอจากรุ่นที่ 1 มาใส่ไว้อย่างร่วมสมัย ส่วนห้องโดยสารได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบพื้นที่ภายในที่ใหญ่ที่สุดในคลาส โดยเบาะนั่งด้านคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลังปรับด้วยไฟฟ้า และระบบระบายอากาศ รวมถึงระบบจดจำตำแหน่งทั้งเบาะนั่งตอนหน้า พวงมาลัยไฟฟ้าหุ้มหนังปรับ 4 ทิศทาง, กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ปรับ-พับด้วยไฟฟ้า,เบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถเลื่อนหน้า-หลังได้ถึง 150 มม. ร่วมกับฟังก์ชันพับเบาะไปด้านหน้าเพื่อให้ผู้โดยสารเข้า-ออกเบาะนั่งแถวที่ 3 ได้อย่างสะดวก ส่วนเบาะนั่งแถวที่ 3 สามารถพับได้แบบ 50:50

เพิ่มความสะดวกด้วยประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรี และความเงียบในห้องโดยสารมาจากกระจกกันเสียงรบกวน 5 บานที่ติดตั้งบริเวณกระจกหน้า กระจกประตูแถวหน้า และกระจกประตูแถวหลัง พร้อมวัสดุซับเสียงรอบคัน ช่วยลดเสียงรบกวนจากลมปะทะ พื้นถนน และเครื่องยนต์

หน้าจอระบบสัมผัสและหน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบชิ้นเดียวขนาด 14.3 นิ้ว ในรุ่น Super Exceed และขนาด 12.3 นิ้ว ในรุ่น GLS และ GSR แสดงผลผ่านกราฟิกแบบไดนามิก 16 รูปแบบ อีกทั้งดีไซน์มาตรวัด 3 ช่องที่ถูกนำมาตีความใหม่เป็นหน้าจอ Multi Meter ที่แสดงผลข้อมูลต่าง ๆ


ระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate ได้รับการพัฒนาร่วมกันกับ ยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง ซับวูฟเฟอร์ และวัสดุลดแรงสั่นสะเทือนภายในโครงสร้างประตู ช่วยลดการสั่น รวมถึงระบบชดเชยเสียง 3 รูปแบบที่สามารถปรับระดับความดังและย่านความถี่ได้ตามสถานการณ์ต่าง ๆ ได้แก่ ระบบชดเชยเสียงตามความเร็วรถ, ระบบชดเชยเสียงเมื่อฝนตกและระบบชดเชยเสียงตามระบบปรับอากาศ อีกทั้งยังสามารถเลือกปรับโหมดเสียงได้ 4 รูปแบบ

All-New Mitsubishi PAJERO ใช้เครื่องยนต์คลีนดีเซล 2.4 ลิตร คอมมอนเรล พร้อมเทอร์โบแปรผันแบบ Wide Range Single-VGT ที่ตอบสนองได้ดีในทุกย่านความเร็ว ให้การเร่งที่ทรงพลังแต่ยังคงความนุ่มนวล รวมถึงอินเตอร์คูลเลอร์ระบายความร้อนด้วยน้ำ และระบบหมุนเวียนไอเสียกลับมาเผาไหม้ใหม่แบบแรงดันต่ำที่ลดการใช้เชื้อเพลิงและมลพิษ โดยให้กำลัง 204 แรงม้า และแรงบิด 480 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ รุ่นใหม่ ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่น พร้อม Sport Mode และ Paddle Shift

โครงสร้างแชสซีส์แบบ Ladder Frameพัฒนาขึ้นใหม่ให้มีความทนทานยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มสัดส่วนการใช้เหล็กกล้าความแข็งแรงสูง ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งต่อแรงบิดและแรงดัดได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ตัวรถมีเสถียรภาพในการควบคุมและเสริมสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด ระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระแบบปีกนกคู่พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ติดตั้งในตำแหน่งสูง ทำงานร่วมกันกับระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบ 5 ลิงค์ ทอร์คอาร์ม พร้อมเหล็กกันโคลง ให้ระยะยุบ-ยืดที่กว้าง ส่งผลให้ล้อสามารถสัมผัสพื้นถนนได้อย่างมั่นคง แม้ในสภาพเส้นทางที่ท้าทาย

สมรรถนะรอบด้านด้วยระบบ Super All Wheel Control (S-AWC) และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) โดยระบบ S-AWC ประสานการทำงานของระบบพื้นฐานในการควบคุมรถ ทั้งการเร่ง การเข้าโค้ง และการเบรก ช่วยเสริมเสถียรภาพ การควบคุม และการตอบสนองของรถให้เป็นธรรมชาติในทุกการขับขี่ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ SS4-II ช่วยให้ผู้ขับขี่เลือกรูปแบบที่เหมาะสม

- 2H: ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง ควบคุมรถได้ง่ายและแม่นยำ เหมาะสำหรับการขับขี่บนถนนทั่วไป
- 4H: ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์ กระจายแรงบิดอัตราส่วน 40:60 ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนน เหมาะกับถนนเปียกลื่น
- 4HLc: ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบพาร์ทไทม์ ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะบนพื้นผิวที่สมบุกสมบัน
- 4LLc: ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเพลาขับหน้า-หลังและใช้อัตราทดเกียร์ต่ำ ให้แรงขับเคลื่อนสูงในช่วงความเร็วต่ำ เหมาะสำหรับเส้นทางทุรกันดาร พื้นโคลน หรือเส้นทางที่มีเนินสลับและทางลาดชัน
ระบบ S-AWC ยังรวมการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4H เข้ากับระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว พร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล และระบบ ABS ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างปลอดภัย

โหมดการขับขี่มีให้เลือก 7 รูปแบบ ได้แก่ Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock ซึ่งได้รับการปรับให้เหมาะกับสภาพเส้นทางที่แตกต่างกัน เสริมสมรรถนะการขับขี่ด้วยระบบ Active LSD เพื่อช่วยลดอาการล้อหมุนฟรีบนพื้นผิวลื่นหรือเมื่อล้อข้างใดข้างหนึ่งสูญเสียการยึดเกาะ รวมถึงระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน ที่ช่วยควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติบนทางชันหรือพื้นลื่น และทำงานได้ขณะถอยหลัง

เทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ครอบคลุม 360 องศา โดย All-New Mitsubishi PAJERO มากับเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครัน อาทิ
- ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control – ACC)
- ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW)
- ระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (Lane Change Assist – LCA)
- ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation – FCM)
- ระบบคาดการณ์การชนซ้อนสองคันข้างหน้า (Predictive Forward Collision Warning – PFCW)
- ระบบเตือน และป้องกันการออกนอกเลน (Land Departure Prevention/Lane Departure Warning – LDP/LDW)
- ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification – LCDN)
- ระบบเตือนเมื่อมีรถวิ่งตัดผ่านด้านหน้า (Front Cross Traffic Alert – FCTA)
- ระบบเตือนด้านหลัง ขณะถอยออกจากช่องจอด (Rear Cross Traffic Alert – RCTA)
- ระบบการช่วยเหลือฉุกเฉิน ในกรณีเหยียบคันเร่งผิดพลาด (Emergency Assist for Pedal Misapplication – EAPM)
- กล้องมองภาพรอบคัน พร้อมมุมมองใต้พื้นรถด้านหน้า (Multi Around Monitor with Hood Transparent View – MAM)
- ระบบตรวจจับวัตถุเคลื่อนที่ (Moving Object Detection – MOD)
- ระบบเบรกอัตโนมัติขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Brake – RCTB)
- ระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keep Assist – LKA)
- ระบบจดจำป้ายจราจร (Traffic Sign Recognition – TSR)
นอกจากนี้ ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ยังติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยเชิงป้องกันด้วยถุงลม 7 ตำแหน่ง พร้อมระบบความปลอดภัยพื้นฐาน 22 ระบบ

ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ MI-PILOT สั่งการได้ง่ายเพียงกดสวิตช์บนพวงมาลัย ผสานการทำงานระหว่างระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน (ACC) และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKA) ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า พร้อมควบคุมตำแหน่งรถให้อยู่ใกล้แนวกึ่งกลางของช่องทางเดินรถอย่างต่อเนื่อง

เทคโนโลยีเชื่อมต่ออัจฉริยะ MITSUBISHI CONNECT คือระบบเชื่อมต่อระหว่างผู้ขับขี่กับรถยนต์ ช่วยสนับสนุนการใช้งานในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน การขอความช่วยเหลือบนท้องถนน ไปจนถึงการตรวจสอบและควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ของรถจากระยะไกลให้ผู้ขับขี่เข้าถึงข้อมูลและบริการที่จำเป็นได้สะดวกยิ่งขึ้น
- ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อเกิดการชน (Automatic Collision Notification)
- ระบบขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน SOS ผ่านตัวรถ (eCALL) (SOS Emergency Assistance – eCALL)
- ระบบขอความช่วยเหลือบนถนน (Roadside Assistance – bCALL)
- ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถถูกโจรกรรม (Stolen Vehicle Notification)
- ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถถูกลากหรือยก (Tow-away Notification)
- ระบบแจ้งเตือนสถานะการล็อกประตูและกระจกหน้าต่าง (Door Lock and Window Reminder Alerts)
- ระบบควบคุมระบบปรับอากาศจากระยะไกล (Remote Climate Control)
- รายงานสถานะรถยนต์ (Vehicle Status Report)
- ระบบสั่งเปิดสัญญาณไฟและเสียงแตรจากระยะไกล (Remote Horn/Light)
- ระบบระบุตำแหน่งรถยนต์ (Car Finder)
- บริการช่วยเหลือข้อมูล iCALL (Information Assistance – iCALL)
- ระบบบันทึกและตรวจสอบระยะทางขับขี่ (Mileage Tracker)

ข้อมูลจำเพาะ All-New Mitsubishi PAJERO


All-New Mitsubishi PAJERO จะประกาศราคาอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 ตุลาคม 2569 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ โทร. 02-079-9500 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

